วิธีดูแลสุขภาพ ธรรมชาติบำบัด

วิธีดูแลสุขภาพ โดยใช้หลัก ธรรมชาติบำบัด ปรับสมดุลร่างกาย

( ฝึกสมาธิ ดีท็อก ล้างสารพิษ ชี่กง พลังจักรวาล )

เพื่อบรรเทา หรือ รักษาโรคต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยไม่พึ่งยาเคมี และ อาหารเสริม

 วิธีดูแลสุขภาพ ธรรมชาติบำบัด ดูแลสุขภาพ การดูแลสุขภาพ

 

 

ดูแลสุขภาพ อย่างไรให้หายจากโรค?

การดูแลสุขภาพ

 

     วิธีดูแลสุขภาพ เพื่อรักษาโรคให้ได้ผลดีนั้นจะต้องดูแลสุขภาพองค์รวมทั้ง สุขภาพกาย และ สุขภาพใจ ตั้งแต่การกินอาหาร ฝึกสมาธิ ออกกำลังกาย ยืดเส้น ดำเนินกิจกรรมให้ถูกเวลา ๆลๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับปัจจัยที่เขาต้องการสำหรับฟื้นฟูสุขภาพ

     ดูแลสุขภาพอย่างไรถึงจะถูกวิธี?

     เนื่องจากมนุษย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างร่างกาย DNA ความเชื่อ นิสัย กรรม บุญกุศล ๆลๆ ล้วนแล้วแต่แตกต่างกัน วิธีดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับคนหนึ่ง อาจจะไม่เหมาะกับอีกคนหนึ่ง100% สิ่งที่คนอื่นบอกว่าดี ไม่ได้แปลว่าดีกับคุณ บางวิธีอาจจะดีสำหรับคุณในระยะสั้น แต่ไม่ดีในระยะยาว สิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลสุขภาพคือ เรียนรู้ร่างกาย และ จิตใจของตัวเอง และเปิดใจพิสูจน์หาสิ่งที่ดีกับตัวคุณ ถ้าวิธีดูแลสุขภาพที่คุณทำอยู่ถูกต้อง สุขภาพองค์รวมโดยเฉลี่ยจะต้องค่อยๆแข็งแรงขึ้น (หมอที่ดีที่สุดคือตัวคุณเอง) ในช่วงแรกอาจจะมีอาการไม่สบายตัวบ้าง เพราะเป็นกลไกในการรักษาตัวเองของร่างกาย

     โดยมีวิธีที่สังเกตุง่ายๆคือ  นอนหลับสนิทมากขึ้น  มีแรงในการดำเนินชีวิต สุขภาพจิตแจ่มใส กล้ามเนื้อไม่แข็งตึง ขับถ่ายง่าย รู้สึกสบาย ไม่หนักเนื้อหนักตัว มือเท้าอุ่น หน้าผากเย็น และ สุขภาพช่างปากดี

    

วิธีดูแลสุขภาพ

       วิธีดูแลสุขภาพที่ถูกต้องจะต้องแก้ที่สาเหตุ

     ถ้าอาการเจ็บป่วยของคุณเกิดจากสารพิษในร่างกายเยาะ เช่น สิว ผดผื่น  ๆลๆ การช่วยร่างกายระบายสารพิษ จะทำให้อาการดังกล่าวลดลงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกัน ถ้าคุณป่วยเพราะร่างกายสมดุลร้อนเย็น เช่น เจ็บคอ ปากเป็นแผล ร้อนใน ตัวร้อน ปากแห้ง ๆลๆ  การปรับสมดุลร้อนเย็น จะทำให้คุณหายป่วย ถ้าคุณป่วยเพราะสุขภาพจิตแย่ หรือ พลังชีวิตต่ำ การฝึกสมาธิเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

     แต่โรคส่วนมากนั้นเกิดจากความเสื่อมของร่างกาย (มะเร็ง เบาหวาน กรดไหลย้อน ๆลๆ) ซึ่งสาเหตุของความเสื่อมไม่ได้อยู่ที่ปัจจัยเดียว การแก้ที่ปัจจัยเดียว เช่น บริโภคอาหารทีดี่ต่อสุขภาพ หรือ ออกกำลังกาย อย่างเดียวนั้น โอกาสที่จะหายขาดจากโรคนั้นมีน้อย (เป็นแค่การบรรเทาอาการ) เพราะร่างกายมนุษย์ทำงานเป็นระบบ ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดคือ การดูแลสุขภาพองค์รวม


     มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่แสนวิเศษสามารถรักษาร่างกายให้กลับมาแข็งแรงได้ด้วยตัวเอง (ไม่ว่าจะเจ็บป่วยเป็นโรคอะไรก็ตาม) แต่การที่จะฟื้นฟูสุขภาพให้กลับมาแข็งแรงได้นั้น คุณจะต้องให้ปัจจัยที่ร่างกายต้องการสำหรับฟื้นฟูสุขภาพ

การดูแลสุขภาพ ดีท๊อก ล้างสารพิษ

    

     ลังจากที่ร่างกายได้รับปัจจัยที่กล่าวข้างต้นแล้ว ร่างกายจะเริ่มรักษาตัวเองแบบค่อยเป็นค่อยไป สุขภาพองค์รวมจะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ  ผมเชื่อว่าวิธีดูแลสุขภาพ ตามหลัก ธรรมชาติบำบัด สามารถบรรเทา หรือ รักษาโรคให้หายขาดได้ทุกโรค เพราะว่าเป็นการรักษาโรคที่ต้นเหตุ  การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าไม่ทำตั้งแต่ตอนนี้ ในอนาคตอีก 10 หรือ 20 ปี ข้างหน้าคุณก็ต้องดูแลอยู่ดี ดังนั้นมาเริ่มกันเถอะครับ

 ดูแลสุขภาพ ธรรมชาติบำบัด

 

   วิธีดูแลสุขภาพ เพื่อรักษาโรค

    

     วิธีดูแลสุขภาพองค์รวม ที่ผมเขียนในเว็บนี้ ( ไม่พึ่งยาเคมี )

เป็นการให้ปัจจัยที่ร่างกายต้องการสำหรับฟื้นฟูสุขภาพ เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และ ยังเป็นการทำบุญไปในตัวด้วย (หนึ่งในสาเหตุของความเจ็บป่วยคือ กรรมไม่ดีที่ทำใว้ในอดีต) โดยจะแบ่งการดูแลสุขภาพออกเป็น 5 หมวด คือ

1. รักษาศีล 5, ฝึกสมาธิ และ วิปัสสนา 

2. กินอาหาร ปรับสมดุลร่างกาย และ ระบบย่อยอาหาร 

(ถ้ามีโอกาสให้แพทย์แผนไทย-จีนช่วยแมะ และ ทานยาสมุนไพรควบคู่ไปด้วยจะดีมาก)

3. ช่วยร่างกายระบายสารพิษ (ดีท๊อก) 

4. ลดสารพิษในร่างกาย

5. ใช้น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรค

ควรจะให้ความสำคัญทุกหมวดนะครับ เพราะร่างกายของมนุษย์ทำงานเป็นระบบ

     Note หลักวิธีดูแลสุขภาพที่เขียนในเว็บนี้ บางอย่างวิทยาศาสตร์ยังพิสูจน์ไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่ดี งมงาย หรือว่าไม่มีจริง สำหรับผู้ที่ไม่เชื่อในศาสนาพุทธ ไม่เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ผมแนะนำให้ท่านลองเปิดใจดูเพื่อที่จะไม่พลาดสิ่งดีๆในชีวิตครับ

 

ฝึกสมาธิ 
รักษาศีล5

เพิ่มพลังจิต พลังชีวิต ระบบไหลเวียนเลือด ลมปราณ ทำบุญ แก้กรรม

สวดมนต์

สวดมนต์

วิธีเดินจงกรม

วิธีนั่งสมาธิ

 

ชี่กง พลังจักรวาล

กระบวนท่า ชี่กง พลังจักรวาล

ชี่กง พลังจักรวาล
และ วิธีหายใจลึก

 

 

กรรมที่ทำให้คนอายุยืน

และ มีโรคน้อย


วิบากกรรมของการผิดศีล 5

    

     สำหรับการดูแลสุขภาพแล้ว พลังชีวิต ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เชื่อหรือไม่ว่าพระอริยะหลายองค์อยู่ได้ด้วยพลังชีวิตในรูปของพลังจิตที่เกิดจากฝึกภาวนา โดยที่ท่านไม่ได้รับสารอาหารอะไรดีมากมายแต่พวกท่านก็มีชีวิตอยู่ได้

     ระหว่างการทำสมาธิจิตจะผลิตพลังชีวิต  พลังชีวิตเป็นพลังรู้ มันจะเข้าไปซ่อมแซมร่างกายส่วนที่เจ็บป่วยผ่านทางเส้นลมปราณ นอกจากนั้นแล้วขณะทำสมาธิของเสียต่างๆในร่างกายจะเคลื่อนที่ออกจากร่างกายได้ดีขึ้น การปฏิบัติธรรมบางเทคนิค เช่น กาปฏิบัติเตโชวิปัสสนา ระหว่างปฏิบัติจะเกิดการปรับสมดุลธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย เส้นลมปราณที่ตีบตันจะถูกดันจนทะลุทะลวงทำให้ปราณไหลเวียนได้ดีขึ้น

     การฝึกสมาธิเป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้ ทำได้ทุกศาสนา สำหรับการดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องทำเยอะ  แต่ควรทำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน

    สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับธาตุลมในร่างกาย เช่น โรคกรดไหลย้อน ลมค้างตามส่วนต่างๆของร่างกาย ๆลๆ ผมแนะนำให้ฝึก ชี่กง พลังจักรวาล และ เดินสมาธิแบบชี่กง (เดินไปกลับตามเส้นทางที่กำหนด และ กำหนดจิตที่ลมหายใจ สลับกับจุดทั้ง 12 จุดบนฝ่ามือ) ลมตามส่วนต่างๆของร่างกายจะค่อยค่อยดันออกมา การเดินสมาธิหลังรับประทานอาหารจะช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดีขึ้น

     เนื่องจากสมาธิแต่ละวิธีนั้นไม่เหมือนกัน ระยะเวลาในการทำแต่ละวิธีก็แตกต่างกัน บางวิธีสามารถทำได้นาน ส่วนบางวิธีไม่ควรเกิน 30 นาที เพราะจุดบางจุดบนร่างกายไม่ควรกำหนดสมาธิลงจุดนั้นนานเกินไป จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ดังนั้นควรเข้าเรียนกับครูบาอาจาร์ยโดยตรง

     คนเราเจ็บป่วยก็เพราะกรรม แข็งแรงก็เพราะกรรม สวย รวย หรือ ยากจนก็เพราะกรรม กรรมเกิดจากการสัมผัสที่มีเจตนา ไม่ว่าตามองอะไร หูฟังอะไร จมูกดมอะไร ปากกินอะไร กายทำอะไร สัมผัสอะไร ใจคิดอะไร รู้สึกอย่างไร เมื่อกรรมเกิดแล้วก็ย่อมมีวิบากของกรรมนั้นๆ กรรมมีทั้งกรรมเก่าและกรรมใหม่  กรรมเก่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ มีแต่กรรมใหม่เท่านั้นที่คุณเลือกที่จะทำได้

     ทางกาย การรักษาศีล 5 (โดยเฉพาะศีลข้อที่ 1 ไม่ฆ่าสัตว์) การไม่เบียดเบียนสัตว์ ช่วยเหลือ และ เอ็นดูสัตว์ ออกกำลังกาย กินอาหารที่ย่อยง่าย
     ทางใจ พยายามเอาจิตมาอยู่ที่ร่างกาย เช่น ลมหายใจ, การเคลื่อนไหวของร่างกาย, หรือสวดมนต์ นึกพุทโธ, แผ่เมตุตา ๆลๆ
     จะทำให้คุณหายจากโรคได้เร็วขึ้น เจ็บป่วยน้อย และ เจอสิ่งดีๆในชีวิตมากขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ผาสุข
   

     เนื่องจากวิธีปฏิบัติมีหลายเทคนิค ความถนัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ท่านจะต้องลองหาวิธีที่ท่าชอบเอง ในเว็บไซด์แห่งนี้แนะนำวิธีปฏิบัติเบื้องต้นของ สายพุทโธ และ ชี่กง พลังจักรวาล (ควรเข้าไปเรียนกับครูบาอาจาร์ยสายนั้นๆ) ส่วนเตโชวิปัสสนาเป็นวิธีที่ทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นมากแต่ผมไม่สามารถสอนได้จะต้องเข้าไปรับกรรมฐานจากอาจาร์ยเองครับ


สมาธิ วิธีดูแลสุขภาพ

 หลักสูตรครูสมาธิ (สายหลวงปู่มั่น)
เรียนฟรี ที่เรียนสะดวกสบาย มีหลายสาขาทั่วประเทศ เหมาะกับชีวิตคนทั่วไป ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปรกติ

 หลักสูตรเตโชวิปัสสนา
คลอสปฎิบัติจริงจัง

 



วิธียืนสมาธิรักษาโรค

วิธีฝึกอานาปานสติโดยท่าน อ อาจารย์อัจฉราวดี

สมาธิ รักษาโรค
อานาปานสติช่วยรักษาโรค



กินอาหาร ปรับสมดุลร่างกาย และ ระบบย่อยอาหาร

★★ กินอาหารที่ย่อยง่าย วันละ 1-2 มื้อหลัก มื้อเช้า 7-9 โมง กินอิ่มพอดี
เคี้ยวละเอียดๆ ชนิด รสชาติ และ ประโยชน์ของอาหารพอดีกับร่างกาย ณ ขณะนั้น ★★

ดื่มน้ำอย่างถูกวิธี

ดื่มน้ำถูกวิธี

 

กินอาหารตามลำดับ


กินวันละมื้อ วิธีดูแลสุขภาพ

จำนวนมื้ออาหาร เวลา
ปริมาณ และ ชนิด

วิธีปรับสมดุล

ระบบย่อยอาหาร

ปรับสมดุลร้อนเย็น

    จากประสบการ์ณดูแลสุขภาพของผม อาหารมีผลต่อสมดุลของร่างกายมาก ถ้าทานอาหารถูก  จะมีแรงในการดำเนินชีวิต กล้ามเนื้อไม่แข็งตึง  รู้สึกสบาย ไม่หนักเนื้อหนักตัว มือเท้าอุ่น หน้าผากเย็น และ สุขภาพจิตแจ่มใส ๆลๆ แต่ถ้าทานผิดร่างกายจะไม่สบาย หนักเนื้อหนักตัว ๆลๆ

     ภูมิคุ้มกันหลักของร่างกายอยู่ที่ระบบย่อยอาหาร ถ้าระบบย่อยอาหารไม่ดี ทุกระบบในร่างกายจะค่อยๆรวน สารอาหารที่เป็นประโยชน์จะดูดซึมได้น้อย สารพิษในร่างกายจะเพิ่มมากขึ้น (ผลิตจากจุรินทรีย์ชนิดไม่ดีในร่างกาย ๆลๆ) ภูมิคุ้มกันจะเริ่มตก ระบบขับถ่ายจะทำงานไม่ดี สารพิษจะเริ่มสะสมในร่างกาย อวัยวะอื่นๆจะเริ่มทำงานได้ไม่ดีส่งผลให้ลมปราณวิ่งไม่สะดวก

     ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามจุดต่างๆ (ลมค้างตามเส้น) พอปล่อยใว้นานๆ อวัยวะต่างๆก็เริ่มเสื่อม โรคอื่นๆก็ตามมา เช่น ปวดหัว ภูมิแพ้ ปวดข้อ และ กล้ามเนื้อ กรดไหลย้อน อ่อนเพลีย อ้วน ๆลๆ อีกมายมาก  ท่านเห็นแล้วใช่ไม้ว่า ปัญหาของระบบย่อยอาหารไม่ได้เป็นที่กระเพาะอย่างเดียว มันส่งผลไปถึงเกือบทุกระบบในร่างกาย ดังนั้นอีกกุญแจของกการรักษาสุขภาพคือ ย่อยอาหารที่ทานเข้าไปให้ได้ และ ปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร 

      สมดุลร้อนเย็นเป็นสิ่งที่หลายๆคนมองข้ามไปรวมถึงตัวของผมเองในอดีต (ผมเคยป่วยหนักจากการที่ร่างกายไม่สมดุลร้อนเย็น) การที่ร่างกายไม่สมดุลร้อนเย็น แต่ละคนจะแสดงอาการออกมาไม่เหมือนกัน

     โดยในระยะเบื้องต้น จะมีอาการป่วยเล็กๆน้อยๆ เช่น ไข้ขึ้น ปวดหัว ตัวร้อน ปวดตึงตามเนื้อตัว ท้องผูก อุจจาระแข็ง ริมฝีปากแตก เส้นเลือดขอด เจ็บคอ ๆลๆ (อาการร้อนเกิน) มีน้ำมูกสีใส เสมหะมาก ไม่เหนียว สีใส หนักหัว หัวตื้อ ท้องอืด จุก เสียด มือเท้าเย็น ๆลๆ  (อาการเย็นเกิน) ถ้าปล่อยใว้นานเข้า ร่างกายจะเสื่อมเร็ว และส่งผลให้เป็นโรค ต่างๆที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย เช่น เบาหวาน มะเร็ง ๆลๆ ดังนั้นการปรับสมดุลร่างกายเป็นปัจจัยที่สำคัญ

 

ช่วยร่างกายระบายสารพิษ

สวนล้างลำไส้ วิธีดูแลสุขภาพ ธรรมชาติบำบัด

วิธีดีท็อกลำไส้ สวนล้างลำไส้

 กัวซา วิธีดูแลุสขภาพ ธรรมชาติบำบัด

     เมื่อร่างกายมีสารพิษเยาะจะมีอาการไม่สบายตัวต่างๆ เช่น

    - สิว ผื่น คัน
(สารพิษสะสมในเลือดเยาะ และ ไม่สามารถระบายออกมาทางอุจาระ ปัสสาวะ ได้ทันเลยไปออกที่ผิวแทน )

    - อาการเหมือนเป็นภูมิแพ้

    - ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ และ กระดูก
(สารพิษส่วนหนึ่งจะระบายออกทางเส้นลมปราณ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ร่องระหว่างกล้ามเนื้อ พอขับออกได้ไม่ทันกล้ามเนื้อจะพยายามเกร็งตัวเพื่อบีบออก แต่พอออกไม่ได้ก็เกร็งค้าง) ๆลๆ

     การสวนล้างลำไส้ช่วยระบายสารพิษออกทางอุจจาระ ทำให้อาการต่างๆลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนการกัวซาจะช่วยร่างกายระบายสารพิษออกทาง เลือดเสียที่ซึมออกทางผิวหนัง เหงื่อ และ เส้นลมปราณ

    

 กัวซา วิธีดูแลุสขภาพ ธรรมชาติบำบัด

กัวซา

 

     การสวนล้างลำไส้ และ การกัวซา เป็นศาสตร์โบราณที่ถูกนำมาใช้ในเรื่องกายช่วยระบายสารพิษอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

     แพทย์ธรรมชาติบำบัดหลายท่านเล่าว่า หลังจากที่ผู้ป่วยได้ทำการกัวซา และสวนล้างลำไส้แล้ว อาการต่างๆทุเราลงมาก ดังนั้นสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยจึงสามารถใช้ 2 วิธีนี้ในการบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้อย่างรวดเร็ว

Note 2 วิธีนี้ไม่จำเป็นต้องทำบ่อย เอาใว้เป็นตัวช่วยสำหรับระบายสารพิษเท่านั้น

ลดสารพิษจากภายในร่างกาย

 

ดำเนินกิจกรรมถูกเวลา

ตื่นนอน 3:00 - 4:00 น

เดินจงกรม-นั่งสมาธิ 4:00-5:00 น

ทานอาหารมื้อหลัก 7:00 - 9:00 น

เอาจิตกลับมาอยู่กับตัวเอง เลิกดูหนัง ฟังเพลง 21:00 น

 

 

ศึกษาธรรมชาติของจิต

ทำไมถึงรู้สึกทุกข์?

 

น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรค

 

     น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรคที่มีคุณภาพสูงมาก แม้แต่พระพุทธเจ้า ผู้ซึ่งเป็นสัพพัญญูู ท่านยังแนะนำให้พระภิกษุใช้น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรค นอกจากพระภิกษุแล้วยังมีผู้คนจำนวนมากรักษาโรคหายโดยใช้น้ำปัสสาวะช่วย

สำหรับผู้ที่ยังทำใจไม่ได้ก็ยังไม่ต้องใช้ครับ แต่ควรศึกษาใว้เผื่อเป็นตัวเลือกนึงเวลาฉุกเฉิน

น้ำปัสสาวะรักษาโรคได้อย่างไร?

ประสบการ์จริงจากการใช้น้ำปัสสาวะรักษาโรค

เช่น โรคไซนัส ภูมิแพ้ชนิดต่างๆ ปวดประจำเดือน โรคตา มะเร็ง เนื้องอก เอดส์ เบาหวาน  ท้องผูก ริดสีดวง ปวดข้อ ไมเกรน โลหิตจาง

 หลักปฎิบัติควบคู่ไปกับ วิธีดูแลสุขภาพ

 

ทางสายกลาง หรือ ความพอดี

     “อะไร ที่เกินความพอดีมักจะไม่ประสบความสำเร็จ “ คำพูดนี้รวมถึงการดูแลสุขภาพด้วย เช่น รับประทานอาหารเยาะหรือน้อยเกิน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากเกิน (ได้รับวิตามินหรือแร่ธาตุมากเกิน)  ทำดีท๊อก มากเกินไป ฝึกสมาธินานเกิน ๆลๆล้วนแล้วแต่ส่งผลเสียให้กับร่างกาย

 

ค่อยเป็นค่อยไป (step by step)

     การรักษาโรคด้วยวิธีธรรามชาติบำบัด ถ้าทำถูกต้องสุขภาพองค์รวมจะค่อยๆดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป สำหรับคนธรรมดาอย่างพวกเรา (ไม่มีฤทธิ์) ถ้าป่วยเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากการใช้ชีวิตผิดหลักธรรมชาติมานาน คงจะเป็นไปได้ยากที่จะรักษาโรคให้หายขาดภายใน 2-3 อาทิตย์ คุณต้องให้เวลากับร่างกายนานพอสมควร และไม่ควรรีบเร่งให้หายไว เพราะ ยิ่งรีบยิ่งเป็นการกดดันตัวเอง ส่งผลให้สุขภาพมีโอกาสที่จะแย่ลง ดังนั้นการดูแลสุขภาพควรจะทำแบบ ค่อยเป็นค่อยไป (step by step) ค่อยๆลดพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดี ค่อยๆเพิ่มในสิ่งที่ควรจะทำ และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ จะต้องมีความตั้งใจ ค่อยๆศึกษาทำความเข้าใจกับร่างกายของตัวเอง

ความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน

     มนุษย์ แต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ความคิด ร่างกาย DNA ความชอบ บุญกุศล วิบากกรรม ๆลๆ ก็แตกต่างกัน ในโลกนี้แทบจะไม่มีอะไรตายตัวที่เหมาะกับคนทุกคน ไม่มีอาหารชนิดไหนที่เหมาะกับคนทุกคน เช่น ใบโหระภาอาจจะเหมาะกับผมแต่อาจจะเป็นพิษกับคนอีกคน การรับประทานผักผลไม้เป็นหลักไม่รับประทานเนื้อสัตว์ อาจจะดีกับคุณในระยะสั้น แต่อาจจะส่งผลเสียกับในระยะยาว หรืออาจจะดีกับคนบางคนก็เป็นได้ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การเรียนรู้ และ ทำความเข้าใจตัวของคุณเอง (หมอที่ดีที่สุดคือตัวคุณ) คอยปรับสมดุลร่างกายอยู่ตลอดเวลา หน้าที่ของคุณคือ เรียนรู้ ลองปฏิบัติตาม แล้วหาว่าอะไรที่เหมาะกับตัวของคุณ

อาหารฤทธิ์เย็น

อาหารฤทธิ์ ค่อนเย็น - กลาง

ส่วนประกอบ

1. กล้วยน้ำว้าสุก 1-2 ลูก

Note

- ถ้าทานแล้วรู้สึกร่างกายเย็นไป หรือ ย่อยผลไม้ฤทธิ์เย็นไม่ไหวให้นำกล้วยน้ำว้าบางส่วนไปปิ้ง หรือ นึ่ง เช่น รับประทานกล้วยน้ำว้าปิ้ง 2 ลูก กล้วยสุก 2 ลูก

- สามารถใช้ผลไม้ฤทธิ์เย็นอย่างอื่นได้ เช่น แตงโม แคนตาลูป ส้มโอ ๆลๆ แต่ควรทานอย่างพอดีไม่มากจนเกินไป เช่น แตงโม 1-2 ชิ้น

2. ข้าวขัดขาว , ข้าวกล้องงอกสีเหลือง, หรือ ข้าวผสมระหว่าง 2 อย่างนี้ ครึ่ง ถึง 1 ทัพพี

Note สามารถใช้ลูกเดือยแทนข้าวกล้องงอกได้ แต่ก่อนหุงลูกเดือยจะต้องแช่น้ำทิ้งใว้อย่างน้อย 8 ชม เพื่อให้ย่อยง่าย

3. น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น หรือ หัวกะทิสดไม่ผ่านความร้อน 1-2 ช้อนโต๊ะ

Note

- สำหรับผู้ที่ชอบทานมะพร้าว ถ้าซื้อมะพร้าวมาทั้งลูก สามารถขูด และใช้เนื้อมะพร้าวแทนได้

- สามารถใช้ น้ำมันมะกอกสกัดเย็น หรือ น้ำมันงาสกัดเย็นแทนได้

4. มิโสะ 1 ช้อนชา ถึง ครึ่งช้อนโต๊ะ หรือ เกลือทะเลเ 1/4 ช้อนชา

5. ผักฤทธิ์เย็นนึ่ง ลวก หรือ ผัดด้วยน้ำใช้ไฟอ่อน เช่น ผักบุ้งลวก ผักตำลึง บร็อคโคลี่นึ่ง ๆลๆ

Note สามารถผสมผักฤทธิ์เย็นสดได้ในปรืมาณพอดี เช่น ผักกาดหอม เรดโอ๊ค เบบี้คอส ผักติ้ว ใบชะมวง ยอดมะกอก ๆลๆ 

6. ไข่ดิบ หรือ ไข่ลวกกึ่งสุกกึ่งดิบ 1-2 ลูก

วิธีรับประทานตามลำดับ

1. รับประทานกล้วยน้ำว้าก่อน

2. ตามด้วยข้าวขัดขาวคลุกกับ มะพร้าว หรือ หัวกะทิ และ มิโสะ หรือ เกลือ พร้อมกับ ผักบุ้ง

3. ทานไข่ลำดับสุดท้าย

อาหารฤทธิ์กลาง

ส่วนประกอบ

1. เมล่อน, มะละกอสุก

2. โหระพา, กรีนโอ๊ค,  ผักกาดนึ่ง หรือ ลวก ด้วยไฟอ่อน

3. ข้าวขัดขาว ครึ่ง ถึง 1 ทัพพี

4. น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น หรือ หัวกะทิสดไม่ผ่านความร้อน 1-2 ช้อนโต๊ะ

Note สามารถใช้ น้ำมันมะกอกสกัดเย็น หรือ น้ำมันงาสกัดเย็นแทนได้

5.  เกลือทะเล 1/4 ช้อนชา

6. ปลานึ่ง (สำหรับผู้ที่ป่วยมาก อย่าทานเยอะมาก ไม่เกิน 5- 10% ของอาหาร)

วิธีรับประทานตามลำดับ

1. รับประทานผลไม้ก่อน

2. ตามด้วยข้าวขัดขาวคลุกกับ หัวกะทิ และ เกลือ พร้อมกับ ผัก

3. ทานปลาลำดับสุดท้าย

Visitors: 50,114