ทานอาหารปรับสมดุลร้อนเย็นเบื้องต้น

ความสำคัญของสมดุล ร้อนเย็นเบื้องต้น

     สำหรับแพทย์แผนจีน และไทย สมดุลร้อนเย็น หรือ สมดุล หยิน หยางเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การที่สภาวะร้อนเย็นในร่างกายไม่สมดุลนั้นเป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆและความเสื่อมของร่างกาย ร่างกายของคนเรานั้นถูกออกแบบมาให้ทำงานในสภาวะที่ไม่ร้อนหรือไม่เย็นจนเกินไป ถ้าความร้อนเย็นในร่างกายไม่สมดุล(ร้อนหรือเย็นเกิน) อวัยวะต่างๆก็จะถูกความร้อนหรือความเย็นส่วนเกินทำอันตรายทำให้อวัยวะในร่างกายเสื่อม ไม่สามารถทำงานได้ดีเสียสมดุล และเป็นโรคต่างๆตามมา แต่ถ้าสามารถรักษาสมดุลได้ ร่างกายก็จะสามารถทำงานได้เต็มที่และเกิดความเสื่อมช้าลงลง
     Note เนื่องจากศาสตร์เกี่ยวกับการปรับสมดุลร่างกายของแพทย์แผน ไทย-จีน เป็นสิ่งที่ซับซ้อนมาก ตัวผู้เขียนเองมีเพียงแค่ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น การจะปรับสมดุลร่างกายด้วยอาหาร หรือ ยาสมุนไพร มีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งแพทย์ที่มีความชำนาญจริงๆ ใช้ตำรับยาสมุนไพรที่เหมอะกับร่างกายของคนไข้แต่ละคน แต่อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถที่จะพึ่งแพทย์อย่างเดียวได้ต้องพึ่งตัวเองด้วย เพราะท่านไม่ได้อยู่กับเราทุกวัน ไม่ได้ดูอาหารที่เรารับประทานทุกวัน

     ในเว็บนี้ให้ความรู้เบื้องต้นเพื่อเอาใว้บรรเทาอาการของโรคต่างๆครับ ยังมีความรู้อีกมากมายที่ผมไม่ทราบและยังไม่ได้เขียนเพราะยากเกินกว่าคนธรรมดาจะเข้าใจต้องไปเรียนแพทย์ เช่น อาหารชนิดใดทานแล้วมีผลต่ออวัยวะใด ทานคู่กับอะไรถึงจะไม่เป็นโทษ อาหารชนิดใดฤทธิ์เสริมกัน สภาวะไตหยางพร่อง หยินพร่อง ๆลๆ

 

     ผมเคยเป็นคนที่ไม่เชื่อในศาสตร์สมดุลร้อนเย็น ในสมัยก่อนที่ผมศึกษาธรรมชาติบำบัดใหม่ๆ ผมเริ่มศึกษโภชนาการบำบัดจากฝรั่ง ณ เวลานั้นผมอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น อากาศหนาว ผมทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ ผักผลไม้ส่วนมากทานดิบไม่ผ่านความร้อนเพราะกลัวสูญเสียวิตามินและเอนไซม์ เช่น ผักผลไม้ปั่น ทานธัญพืชหุงสุก เนื้อสัตว์น้อย ทานน้ำมันไม่ผ่านความร้อน

     โชคร้ายที่ตอนนั้นผมไม่มีความรู้เรื่องสมดุลร้อนเย็น ผักผลไม้รวมถึงธัญพืชและน้ำมัน ที่ผมรับประทาน ณ เวลานั้น 90% เป็นอาหารฤทธิ์เย็น จากร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงก็ทรุดหนักลง เริ่มทนหนาวไม่ได้ มือเท้าเย็น ปัสสาวะบ่อยสีจาง ตื้อๆมืนๆ เพลียๆ นอนไม่ค่อยหลับเป็นระยะเวลาหลายเดือน ก็งงตัวเองว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้นทั้งๆที่ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย ทานน้ำอย่างถูกวิธี

     ผมกลับมาหาแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อตรวจเช็คสุขภาพ ปรากฏว่า ฮอร์โมนผิดปรกติไปถึง 5 ชนิด แพทย์แผนปัจจุบันก็รักษาไม่หาย สุดท้ายพอผมเริ่มเปิดใจเรียนรู้หลักสมดุลร้อนเย็น ผมก็เริ่มปรับสมดุลในร่างกาย อาการต่างๆก็ค่อยๆดีขึ้น ใครจะเชื่อถ้าไม่ได้เจอด้วยตัวเองว่าสมดุลร้อนเย็นจะมีผลต่อร่างกายมากขนาดนี้ ดังนั้นผมอยากให้ท่านเปิดใจเชื่อแล้วลองปรับสมดุลร่างกายของท่านดู

     ในประเทศไทยมีแพทย์ธรรมชาติบำบัดหลายท่าน(เช่น คุณหมอ ใจเพชร กล้าจน(หมอเขียว), หมอแดง และอีกหลายๆท่าน)ที่ใช้ การปรับสมดุลร้อนเย็นเป็นหนึ่งในวิธีในการรักษาผู้ป่วย แล้วพบว่าผู้ป่วยนั้นหายหรือทุเราจากโรคร้ายต่างๆ เช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดัน โรคปวดตามส่วนต่างๆ ๆลๆ

     สำหรับการปรับสมดุลร้อนเย็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้คือ

1. อาการและสาเหตุที่ของสภาวะร้อนเย็นไม่สมดุล 

2.วิธีปรับสมดุลร้อนเย็น

 

สภาวะร้อนเย็นไม่สมดุล

สภาวะร้อนเย็นไม่สมดุลเบื้องต้นสามารถแบ่ง ออกเป็น 3 อาการคือ

1.สภาวะร้อนเกิน  2.สภาวะเย็นเกิน   3.สภาวะร้อนเกินละเย็นเกินเกิดขึ้นพร้อมกัน [1]

สภาวะร้อนเกิน

 

คนส่วนมากในประเทศไทยจะเป็นสภาวะนี้

สาเหตุหลัก 

1. อยู่ในสภาพอากาศที่ร้อน เช่น อยู่ในที่ๆอุณหภูมิสูง ตากแดดมากเกิน แม่ครัวที่ต้องทำอาหารแล้วต้องอยู่ใกล้เตาไฟนานๆ เป็นต้น
2. กินอาหารที่มีฤทธิ์อุ่น หรือ ร้อนมากเกินไป เช่น ขนุน ทุเรียน ลำไย ผักคะน้า พริก ขิง ข่า ข้าวเหนียว อาหาร ปิ้ง ย่าง ทอด ๆลๆ
3. กินอาหารที่ผ่านการทำอาหารที่ทำให้ฤทธิ์ร้อนในอาหารเพิ่มขึ้นมากเกินไป เช่น ปิ้ง ย่าง ผัดด้วยไฟแรง อบ ต้มนานๆ ๆลๆ
4. ทานอาหารที่มีพลังงานมากเกิน (แคลอรี่เยอะเกิน)
5. ทานน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือ ผิดวิธี
6. อารมณ์ เครียด โกรธ และ หงุดหงิด
7. อื่นๆ เช่น ทำงานหนักเกิน ออกกำลังกายมากเกิน มีเพศสัมพันธ์มากเกิน และเป็นโรคต่างๆ เช่น เป็นไข้สูง นอนไม่หลับ เป็นต้น

ตัวอย่างอาการภาวะร้อนเกินทั่วไป[1,2]

Note การที่จะตรวจดูสภาวะร่างกายจริงๆควรจะไปพบแพทย์ ตัวอย่างอกการที่เขียนข้างล่างนี้เป็นเพียงแค่ข้อสังเกตุคร่าวๆเท่านั้น

- รู้สึกร้อน ขี้ร้อน ทนอากาศร้อนมากไม่ค่อยได้
- ปัสสาวะน้อยสีเข้ม
- ลมหายใจร้อน
- ปากแห้ง มีแผลในช่องปาก (แผลร้อนใน) คอแห้ง ริมฝีปากแตก เจ็บคอ เสียงแหบ
- ไข้ขึ้น ปวดหัว ตัวร้อน ปวดตึงตามเนื้อตัว
- มือเท้าร้อน
- ตาแดง ตาแห้ง น้ำตาแห้ง ท่อน้ำตาอุดตัน แสบตา ปวดตา ตามัว ขี้ตาข้นเหนียว ไม่ค่อยมีขี้ตา เป็นต้อชนิดต่างๆ
- หายใจร้อน ไอ เสมหะเหนียวข้น เสมหะขุ่นสีเหลืองหรือเขียว
- มีเส้นเลือดขอดตามส่วนต่างๆของร่างกาย เส้นเลือดแตกใต้ผิวหนัง พบรอยจ้ำเขียว
- ลิ้นแดง
- ท้องผูก อุจจาระแข็ง
- ออกร้อนท้อง แสบท้อง ปวดท้อง
- ตกกระสีน้ำตาล หรือสีดำตามร่างกาย
- ทานอาหารฤทธิ์ร้อน แล้ว อาการจะแย่ลง

 

Note ในบางครั้งคนที่เป็นสภาวะร้อนเกินอาจจะแสดงอาการของภาวะเย็นเกินได้ เช่น ท้องอืด เนื่องจากความร้อนในร่างกายสะสมมากจนมันตีกลับมาเป็นเย็น (ร้อนตีกลับมาเป็นเย็น[1]) แต่วิธีปรับสมดุลก็ทำเหมือนสภาวะร้อนเกิน

สภาวะเย็นเกิน

 

สาเหตุหลัก

1. อยู่ในสภาพอากาศที่เย็น เช่น อยู่ในที่ๆอากาศหนาว อยู่ในห้องแอร์ๆ เป็นต้น
2. ทานอาหารฤทธิ์เย็นมากเกินไป โดยเฉพาะผักและผลไม้ฤทธิ์เย็นสด
3. ทานน้ำมากเกิน
4. ทานอาหารแช่เย็นมากเกิน เช่น น้ำเย็น น้ำแข็ง น้ำผลไม้แช่เย็น น้ำเต้าหู้แช่เย็น ๆลๆ
5. ออกกำลังกายไม่เพียงพอ

ตัวอย่างอาการภาวะเย็นเกินเกินทั่วไป[1,2]

Note การที่จะตรวจดูสภาวะร่างกายจริงๆควรจะไปพบแพทย์ ตัวอย่างอกการที่เขียนข้างล่างนี้เป็นเพียงแค่ข้อสังเกตุคร่าวๆเท่านั้น

- รู้สึกหนาว ขี้หนาว ทนหนาวมากไม่ได้
- ปัสสาวะสีใส ปริมาณมาก
- อุจาระเหลวสีอ่อน มักท้องเสีย
- หน้าซีดผิดปกติจากเดิม
- ตาแฉะ ขี้ตามา ตามัว
- เสมหะมาก ไม่เหนียว สีใส
- หนักหัว หัวตื้อ
- ริมฝีปากซีด
- ขอบตา หนังตาบวมตึง
- เฉื่อยชา เคลื่อนไหวช้า
- ท้องอืด จุก เสียด
- มือเท้ามึนชา เย็น สีซีดกว่าปกติ หนาวสั่นตามร่างกาย
- เท้าบวมเย็น
- ทานอาหารฤทธิ์เย็น แล้ว อาการจะแย่ลง

Note ในบางครั้งคนที่เป็นสภาวะเย็นเกินอาจจะแสดงอาการของภาวะร้อนเกินได้ เนื้องจากความเย็นในร่างกายสะสมมากจนมันตีกลับมาเป็นร้อน (เย็นตีกลับมาเป็นร้อน[1]) แต่วิธีปรับสมดุลก็ทำเหมือนสภาวะเย็นเกิน

สภาวะร้อนเกิน และ เย็นเกิน เกิดขึ้นพร้อมกัน

 

 ตัวอย่างอาการภาวะเย็นเกินและร้อนเกินเกิดขึ้นพร้อมกัน[1]

- มีไข้สูงแต่หนาวสั่นหรือมือเท้าเย็น
- ตัวร้อนร่วมกับท้องอืด
- ปวด บวม แดง ร้อน ร่วมกับมึนชาตามเนื้อแขนขา

 

 วิธีการปรับสมดุลร้อนเย็น

1. ทานอาหารปรับสมดุล
2. ดื่มน้ำถูกวิธี
3. สวนล้างลำไส้
4. ฝึกสมาธิ เพื่อลดระดับอารมณ์

5. ทาหรือพอกตัวด้วยสมุนไพร

6. ออกกำลังกายอย่างพอดี

ผลของอาหารกับสภาวะร้อนเย็นในร่างกาย

อาหารสามารถแบ่งออกตามฤทธิ์ร้อนเย็นได้ 5 ประเภทคือ

- อาหารฤทธิ์ อุ่นและร้อน เช่น กระเทียม พริก ขนุนสุก คะน้า กระชาย ข้าวเหนียว ๆลๆ มีผลทำให้ความร้อนในร่างกายสูงขึ้น

- อาหารฤทธิ์ค่อนเย็นและเย็น เช่น แตงโม สาลี่ ผักบุ้ง ผักกาดหอม ตำลึง ๆลๆ มีผลทำให้ความร้อนในร่างกายลดลง

- อาหารฤทธิ์กลาง จะช่วยลดสภาวะร้อนเกินในร่างกายลงอย่างช้าๆ

รสชาติของอาหาร กับ ฤทธิ์ร้อนเย็น

-โดยส่วนมากอาหารรสหวานจะมีฤทธิ์อุ่น แต่ก็มีบางชนิดมีฤทธิ์เย็น เช่น หล่อฮังก้วย แตงโม ๆลๆ

- โดยส่วนมากอาหารรสเปรี้ยวจะมีฤทธิ์เย็น แต่ก็มีบางชนิดมีฤทธิ์อุ่น เช่น น้ำส้มสายชู น้ำหมักเอนไซม์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

- พืชรสชาติขม บางชนิดมีฤทธิ์ร้อนดับร้อน เช่น ใบบัวบก "เมื่อเข้าไปในร่างกายจะไปกระตุ้นให้ร่างกายขับความร้อนออก ถ้าขับออกได้จะเย็นลง แต่ถ้าขับออกไม่ได้ความร้อนจะทวีคูณ" [1]

 

ผลของการเตรียมอาหารต่อฤทธิ์ร้อนเย็นของอาหาร

     ฤทธิ์ร้อนเย็นของอาหารสามารถเปลี่ยนแปลงตามวิธีการเตรียมและปรุงอาหาร เช่น อาหารฤทธิ์เย็นสามารถทำให้เย็นน้อยลงได้ อาหารฤทธิ์ร้อนก็สามารถทำให้ร้อนน้อยลงได้

วิธีการเตรียมอาหารนั้นถูกแบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ 

     1.วิธีเพิ่มฤทธิ์เย็นของอาหาร

วิธีนี้จะไปเพิ่มฤทธิ์เย็นของอาหาร หรือ ลดฤทธิ์ร้อนของอาหาร เช่น

- การแช่ในน้ำเกลือ หรือ ใช้เกลือเป็นส่วนผสมในการหมักดอง เช่น แช่ลำไยในน้ำเกลือ ดองผักในน้ำเกลือ (กะหล่ำเปรี้ยว sauerkraut กิมจิ) การหมักมิโสะ

     - การหมักเปรี้ยว เช่น โยเกริต เคเฟีย

     - การเพาะงอกธัญพืช เช่น ข้าวกล้องงอก งาดำงอก ถั่วงอก

     1.วิธีลดฤทธิ์เย็นของอาหาร

 วิธีนี้จะไปเพิ่มฤทธิ์ร้อนของอาหาร หรือ ลดฤทธิ์เย็นของอาหาร

     - วิธีนี้เหมาะที่จะใช้ลดฤทธิ์เย็นของผักและผลไม้ฤทธิ์เย็น เพื่อให้เปลี่ยนเป็นอาหารที่มีฤทธิ์กลางมากขึ้น

     - ฤทธิ์ร้อนที่เพิ่มขึ้นของอาหารขึ้นอยู่กับ ความแรงของไฟที่ทำอาหาร ระยะเวลา และ ตัวกลาง

     Note การนึ่งด้วยไฟอ่อน และ การกดน้ำร้อนลวก จะเป็นการเพิ่มฤทธิ์ร้อนในอาหารในปริมาณน้อย หรือ แทบไม่เพิ่ม ซึ่งเหมาะกับผู้ที่อยู่ในสภาวะอากาศร้อนและต้องการทำให้อาหารฤทธิ์เย็นมี ฤทธิ์เย็นน้อยลง เช่น ผักตำลึงลวก ผักกาดขาวนึ่ง ๆลๆ

 

วิธีปรับสมดุลร้อนเย็นด้วยอาหาร

การปรับสมดุลร้อนเย็นของร่างกายนั้น สิ่งที่จะต้องคำนึงคือ

1.สภาพอากาศ 2. สภาวะร้อนเย็นในร่างกาย 3. เอกลักษณ์ของแต่ละคน

 

     2. กฎความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน

     แต่ละคนไม่เหมือนกัน ความต้องการในอาหารแต่ละชนิดก็ไม่เหมือนกัน เช่น บางคนต้องการอาหารฤทธิ์อุ่นน้อย ค่อนเย็นมาก ทานแล้วสบายตัว เป็นต้น วิธีเดียวที่จะรู้ได้จะต้องทดลองไปเรื่อยๆ ว่าอาหารชนิดใด จำนวนที่รับประทาน และการปรุงอาหารแบบไหน ที่เหมาะกับคุณ ณ เวลานั้น ทานแล้วจะสบายตัว ไม่หนักตัว เส้นไม่ตึง ไม่เจ็บคอ ลิ้นไม่แดง ไม่เป็นฝ่า เหงือกสีชมพู มือเท้าอุ่น ๆลๆ และให้แพทย์ช่วยแมะตรวจสุขภาพ

     3. การปรับสมดุลร้อนเย็นในร่างกายควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆปรับ (Step by step) โดยใช้อาหารฤทธิ์กลาง อุ่น และค่อนเย็น ส่วนอาหารฤทธิ์ร้อนมาก และเย็นมาก ควรทานในปริมาณน้อย เพราะถ้าทำเร็วไปร่างกายอาจจะรับไม่ได้

     ยกตัวอย่างเช่น นาย ก มีสภาวะร้อนเกินและอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อน ถ้านาย ก รับประทานแตงโมในปริมาณพอดีร่างกายความร้อนส่วนเกินจะค่อยๆลดลง แต่ถ้านาย ก รับประทานแตงโมมากไป ไม่ทานของฤทธิ์อุ่นเลยเป็นระยะเวลานาน ระบบย่อยอาหารของนาย ก ก็จะพัง เพราะแตงโมมีฤทธิ์เย็นมากการทานของฤทธิ์เย็นเข้าไปเยอะๆจะไปดับไฟของระบบ ย่อยอาหาร เป็นต้น สำหรับกรณีนี้อาหารที่เหมาะกับนาย ก คือ อาหารฤทธิ์เย็นหรือค่อนเย็น ที่นำมาผ่านวิธีการลดฤทธิ์เย็นของอาหาร เช่น มะระต้ม หน่อไม้ฝรั่งนึ่ง ๆลๆ

 

วิธีปรับสมดุลสำหรับสภาวะร้อนเกิน

ฤทธิ์ของอาหารที่ควรรับประทาน 
- อุณหภูมิของอาหาร อุณหภูมิห้อง หรือ อุ่น หลีกเลี่ยงอาหารแช่เย็น
- ฤทธิ์กลาง ถึง ค่อนเย็น เป็นหลัก
- ฤทธิ์เย็นมากในปริมาณน้อย
- หลีกเลี่ยงอาหารฤทธิ์ร้อนมาก

วิธีปรุงอาหาร

- ลวก นึ่ง ผัดด้วยน้ำใช้ไฟอ่อน (แนะนำ)

- ปิ้ง ย่าง ทอด ผัดด้วยนำมันไฟแรงๆ ต้มนานๆใช้ไฟแรงๆ (หลีกเลี่ยง)


ข้อควรระวัง

อย่าทานอาหารฤทธิ์เย็นมากในปริมาณมากจนเกินไป

 ตัวอย่างอาหารฤทธิ์ค่อนเย็นถึงเย็นที่ดีต่อสุขภาพ

ปรับสมดุลหยินหยาง

 วิธีปรับสมดุลสำหรับสภาวะเย็นเกิน

ฤทธิ์ของอาหารที่ควรรับประทาน 

- อุณหภูมิของอาหาร อุณหภูมิห้อง หรือ อุ่น หลีกเลี่ยงอาหารแช่เย็น
- ฤทธิ์กลาง ถึง อุ่น เป็นหลัก
- ฤทธิ์ร้อนมากในปริมาณน้อย
- หลีกเลี่ยงอาหารฤทธิ์เย็นมาก
- ผักฤทธิ์เย็นควรนำไปผ่านความร้อนก่อนรับประทาน
- ไม่ควรนำอาหารที่มีฤทธิ์ร้อนมากไปผ่านวิธีปรุงอาหารที่เพิ่มความร้อนสูง เช่น อบคุกกี้ใส่อบเชยเพราะจะทำอาหารมีฤทธิ์ร้อนมากเกิน
- ถ้าอยู่เมืองหนาวแล้วมีความจำเป็นต้องทานผลไม้ฤทธิ์เย็น เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ ควรจะนำไปปรุงอาหารเสียก่อน

 

วิธีปรุงอาหาร

- ผัดใช้ไฟกลางๆ นึ่ง ตุ๋น  ปิ้ง ย่าง (แนะนำ)

- ทอด ผัดด้วยนำมันไฟแรงๆ ต้มนานๆใช้ไฟแรงๆ (หลีกเลี่ยง)

ข้อควรระวัง

อย่าทานอาหารฤทธิ์ร้อนในปริมาณมากจนเกินไป

ตัวอย่างอาหารฤทธิ์อุ่นถึงร้อนที่ดีต่อสุขภาพ

วิธีปรับสมดุลร่างกาย

 

ตัวอย่าง อาหารฤทธิ์ร้อน อาหารฤทธิ์เย็น

อาหารฤทธิ์ร้อน

ผลของการเตรียมอาหารกับผักฤทธิ์เย็น

 อาหารฤทธิ์เย็น

ผลของการเตรียมอาหารกับผักฤทธิ์ร้อน

ปรับสมดุลร้อนเย็น

ผลไม้ฤทธิ์เย็น

ผลไม้ฤทธิ์ร้อน

สมดุลร้อนเย็น

ฤทธิ์เย็น

ปรับสมดุล

อาหารฤทธิ์ร้อน

อาหารฤทธิ์เย็น

 อาหารฤทธิ์ร้อน

 อาหารฤทธิ์เย็น

 

ตารางฤทธิ์ร้อนเย็น และ รสชาติ ของอาหาร

ตารางฤทธิ์ร้อนเย็น และ รสชาติของอาหาร [1,2,3]

     Note ข้อมูลฤทธิ์ร้อนเย็นของอาหารแต่ละชนิด เกิดจากประสบการณ์ของบรรพบุรุษเก็บข้อมูลมา อาจจะไม่ถูกต้อง 100% เพราะฤทธิ์ร้อนเย็นของอาหารขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่น วิธีการปลูก ชนิดของดินหรือน้ำที่ใช้ อากาศ ยุคสมัย ๆลๆ แต่เป็นแนวทางที่ดีสำหรับการศึกษา

สมดุลร้อนเย็น

สมดุลร้อนเย็น

สมดุลร้อนเย็น

สมดุลร้อนเย็น

สมดุลร้อนเย็น

สมดุลร้อนเย็น

สมดุลร้อนเย็น

สมดุลร้อนเย็น

สมดุลร้อนเย็น

สมดุลร้อนเย็น

สมดุลร้อนเย็น

สมดุลร้อนเย็น

 ศึกษา วิธีดูแลสุขภาพ ธรรมชาติบำบัด ปรับสมดุลร่างกาย

ได้ที่ www.yuzuhealthy.com

Reference

[1]. ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว), ถอดรหัสสุขภาพ เล่ม 3 "มาเป็นหมอดูแลสุขภาพกันเถอะ"

[2]. Joerge Kastner, MD, LAc, Chinese Nutrition Theraphy, Dietetics in Traditional Chinese Medicine (TCM) 2nd edition

[3]. นพ. ภาสกิจ วัณนาวิบูล, หายป่วยสุขภาพดีด้วยอาหาร และ สมุนไพรจีน

Visitors: 74,382