วิธีกินอาหารให้ย่อยง่าย กินอาหารตามลำดับ

วิธีกินอาหารให้ย่อยง่าย
ประยุคจากทฤษฎีความเข้ากันของอาหาร
และ วิธีกินอาหารตามลำดับ
(Food combination and Sequential eating  ) 

  ถึงแม้ว่าทั้ง2ทฤษฎียังไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจนมาสนับสนุน แต่ทฤษฎีนี้ถูกนำมาประยุคใช้โดยนักธรรมชาติบำบัดหลายท่านและได้ผลดี

วิธีกินอาหารให้ย่อยง่าย

 

จุดประสงค์

1 . เพื่อให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดีขึ้น

2. เพื่อลดพลังงานที่สูญเสียไปกับการย่อยอาหาร

3. เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเหลือสำหรับรักษาตัวเอง

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าวิธีกินอาหารแบบนี้ได้ผล ?

ไม่ยากเลยครับลองทำตามดู ถ้าคุณรู้สึกว่าท้องยุบลงเร็ว สบายท้องมากขึ้น มีลมที่เกิดจากการย่อยอาหารไม่ดีน้อยลง กล้ามเนื้อต้นขา และ เส้นหน้าแข้งแข็งตึงน้อยลง แสดงว่าได้ผล

ข้อเสียของการกินอาหารแบบนี้

น้ำหนักอาจจะลดครับถึงแม้ว่าทานอาหารพลังงานเท่าเดิม เพราะย่อยอาหารและดูดซึมได้ดีขึ้น

วิธีกินอาหารให้ย่อยง่าย

- วิธีกินอาหารให้ย่อยง่ายนี้ผมประยุคมาจากทฤษฎีการกินอาหารตามลำดับ และ ทฤษฎีความเข้ากันของอาหาร เพื่อให้อาหารที่กินเข้าไปนั้นย่อยง่าย และ ทำไม่ยากเกินไปสำหรับคนทั่วไป แถมยังสามารถกินโปรตีนจากสัตว์ พร้อมกับแป้งในมื้อเดียวกันด้วย

- ตัวผมเองได้ทดลองการกินด้วยวิธีนี้แล้วรู้สึกได้ผลดีจึงนำมาแนะนำต่อครับ

สรุปสิ่งสำคัญและ วิธีกินให้ย่อยง่าย

เคี้ยวนานๆให้ละเอียดๆ ค่อยค่อยกิน ให้เวลากับการกิน โดยเฉพาะผลไม้ และ แป้ง ต่อให้ทานโจ๊กหรือน้ำผลไม้ก็ต้องเคี้ยวคลุกกับน้ำลาย เพราะการย่อยคาร์โบไฮเดรตหลังจากปากจะต้องใช้เอนไซม์จากน้ำลาย

กินพอดีอิ่มอย่าอิ่มเกิน การกินพอดีอิ่มเป็นสิ่งที่สำคัญมาก กินน้อยหรือกินมากเกินล้วนแล้วแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

กินวันละมื้อ

 อาหารที่ทานแต่ละมื้อไม่ควรเยอะชนิดมากเกินไป โดยเฉพาะโปรตีนที่มาจากสัตว์ เช่น  เนื้อปลาก็ปลาอย่างเดียว อย่าทั้งปลาทั้งไก่ในมื้อเดียวกัน แต่ควรสลับชนิดของอาหารไปเรื่อยๆ

อาหารชนิดไหนทานแล้วท้องอืด เส้นตึง ง่วงนอน ไม่สบายตัว ให้จดใว้แล้วหลีกเลี่ยง

- กินไล่ตามลำดับ เริ่มจากผลไม้ก่อน แล้วเว้น 20-30 นาที จึงทานอาหารอย่างอื่นต่อไป
Note
- ยกเว้น สัปปารด ส้ม ลูกพลับ และผลไม้รสเปรี้ยวบางชนิด ให้ทานหลังอาหารหลักอย่างน้อย 1 ชม
- ผลไม้ น้ำผลไม้ สามารถทานหลังอาหารหลัก 1 ชม
- ไม่แนะนำให้ทานผลไม่ฤทธ์เย็นก่อนอาหารมาก โดยเฉพาะคนที่ระบบย่อยไม่ดีไฟในการย่อยอาหารน้อย

- จากนั้นทานตามลำดับตามรูป (ไม่ต้องเว้นเวลาหลังจากทานแต่ละลำดับเสร็จ)
เช่น ทานไข่ หรือ ปลาก่อน จากนั้นตามด้วยผัก แล้ว ก็ทานตามลำดับต่อไป

- อย่ากินแป้งพร้อมกับไข่หรือเนื้อสัตว์ เช่น กินข้าวคำปลาคำ 

- ตัวอย่างแป้ง พร้อมกับน้ำมัน เช่น ข้าวคลุกกับน้ำมันมะพร้าว ขนมปังทาเนย มันเทศทาเนย ๆลๆ

- ถ้าจะกินอาหารชนิดไหนผสมกันให้ดูความเข้ากันของอาหารว่าทานร่วมกันแล้วร่างกายย่อยยากไหม (ยังย่อยดีอยู่แต่อาจจะย่อยนานกว่ากินตามลำดับ) ตามรูปด้านล่างครับ เช่น - ข้าวพร้อมกับผัก - น้ำพริกกะปิ กับ ผักลวก

- ถ้ามื้อไหนมีอาหารที่เป็นน้ำเยอะ เช่น น้ำผลไม้ น้ำแกง ให้ทานอาหารที่เป็นน้ำก่อน จากนั้นเว้นซัก 15-30 นาทีค่อยทานอาหารมื้อหลัก

Note

- สำหรับท่านใดที่ทานอาหารตามลำดับแล้วมีอาการดีท๊อกซ์ เช่น ปวดหัว แสบตา เพลียๆ ง่วงนอน ๆลๆ ควรจะช่วยร่างกายขับสารพิษเหล่านั้นออกมานอกร่างกายให้เร็วด้วยวิธีต่างๆ เช่น เดินจงกรม ชี่กง โยคะ อบซาวน่า กัวซา สวนล้างลำไส้ ๆลๆ

- ถ้ามีอาการเหล่านั้นมากเกินไป แล้วทำให้ เครียด เบื่ออาหาร กินข้าวไม่ลง ให้กลับมาทานปรกติ หรือ ทานอาหารตามลำดับแค่บางมื้อ ค่อยเป็นค่อยไป


วิธีกินอาหารให้ย่อยง่าย

วิธีกินอาหารให้ย่อยง่าย2

วิธีกินอาหารให้ย่อยง่าย

อาหารที่ทานร่วมกันแล้วย่อยยาก

อาหารที่ทานร่วมกันแล้วย่อยยาก

 

ตัวอย่างวิธีกินอาหารให้ย่อยง่าย

ตัวอย่างอาหาร 1  : ซุปมะละกอ ผัดผัก ไข่ลวก

ส่วนประกอบ

- มะละกอ ต้มกับ เก๋ากี้ และ เห็ดหูหนูขาว

- ผัก ผัดกับ น้ำมันมะพร้าว หรือ เนยแท้ หรือ กี (น้ำมันเนย)

- ไข่ลวก

วิธีการกินอาหารให้ย่อยง่าย

- ทานซุปมะละกอก่อน จากนั้นเว้น 20- 30 นาที

- จากนั้นทานผัดผัก แล้ว ตามด้วยไข่ลวก หรือ จะไข่ลวกแล้วตามด้วยผัดผัก

- หรือ จะทานไข่ลวกพร้อมกับผัดผักเลยก็ได้

Note

- ไม่ควรเพิ่มโปรตีนชนิดอื่นเข้าไปอีกเพราะจะทำให้ย่อยยากขึ้น เช่น หมู ไก่ ปลา

ตัวอย่างอาหาร 2 : น้ำซุปกระดูกหมู ปลานึ่ง ข้าว มันเทศ และ ผักลวก

ส่วนประกอบ

- น้ำซุปกระดูก 1 ถ้วย

- ปลานึ่ง

- ข้าวขาว, มันเทศ, ผักลวก, น้ำมันมะพร้าว หรือ กี , เกลือ

วิธีการกินอาหารให้ย่อยง่าย

- ดื่มน้ำซุปกระดูกก่อนจากนั้นเว้น 20 นาที

- จากนั้นทานปลานึ่งแล้วต่อด้วย ผักลวก  มันเทศลาดด้วยน้ำมันมะพร้าว ผสม เกลือ และ ข้าวลำดับสุดท้าย

- หรือจะทานข้าว พร้อมกับมันเทศ ผักลวก น้ำมัน และ เกลือ พร้อมกันก็ได้

 ตัวอย่างอาหาร 3 : ขนุน ไข่ลวก ข้าวต้ม ผักบุ้งลวก เนยแท้

ส่วนประกอบ

- ขนุนสุก 2-3 ชิ้น

- ไข่ลวก 1-2 ฟอง

- ข้าวต้ม

- ผักบุ้ง

- เนยแท้

- เกลือ

วิธีการกินอาหารให้ย่อยง่าย

-กินขนุนก่อนจากนั้นเว้น 20 นาที

- จากนั้นทานไข่ลวก ตามด้วยผักบุ้ง และ ข้าวต้มผสมเนย และ เกลือ ลำดับสุดท้าย

- หรือจะทาน ผักบุ้ง ผสมกับข้าวต้ม เกลือ และ เนย พร้อมกันเลยก็ได้

 

ทฤษฎีการกินอาหารตามลำดับ  (Sequential eating)

ทฤษฎีนี้นำเสนอโดย Dr. Cristopher Gian-Cursio และ ถูกใช้โดย Dr. Cursioและคนไข้ของเขา Dr. John Mega, Dr. Marvin Telmar, Dr. Anthony Penepent, ๆลๆ.

     คือการกินอาหารที่ย่อยง่ายก่อน แล้วตามด้วยอาหารที่ย่อยยากขึ้นตามลำดับ เพื่อให้อาหารที่ย่อยง่ายกว่าหลังจากถูกย่อยจากกระเพาะอาหารสามารถเคลื่อน ออกจากกระเพาะอาหารก่อนอาหารที่ย่อยยาก เช่น เมนูอาหารเช้า คือ กล้วย ข้าว และ เนื้อหมูทอด วิธีทานอาหารตามลำดับ เริ่มจากกินกล้วยก่อน จากนั้นทานข้าว และ ตามด้วยเนื้อหมูทอดเป็นอันดับสุดท้ายในมื้อเดียวกัน อาหารจะถูกแบ่งเป็นชั้นๆตามลำดับที่ทานในกระเพาะ และหลังจากกล้วยถูกย่อยเสร็จจะเคลื่อนออกจากกะเพาะก่อน ตามด้วยข้าว และ หมูทอด ตามลำดับทำให้หน้าท้องแบนราบ แต่ถ้าทาน หมูก่อน ตาม ด้วยข้าว และ กล้วยเป็นอันดับสุดท้าย กล้วยจะถูกย่อยเสร็จก่อน แต่ยังไม่สามารถเคลื่อนออกจากกระเพาะได้เนื่องจาก หมูทอดยังย่อยไม่เสร็จ จึงทำให้การหมัก (Fermentation) เกิดขึ้นในกระเพาะอาหารทำให้เกิดแก๊ซ แล้ว แอลกอฮอร์

อาหารที่ถูกกินในมื้อเดียวกันไม่ได้ผสมกันในกระเพราะอาหารแหรือ? ผมก็เคยคิดแบบนั้น มาดูงานวิจัยกันครับ

งานวิจัยและทฤษฎีการกินอาหารตามลำดับ

      Dr. Stanley เล่าว่ามีการทดลองกับหนูเพื่อศึกษาว่าการย่อยอาหารทำงานอย่างไร โดยการให้หนูกินอาหารทั้งหมด 3 ชนิด แต่ละชนิดมี 1สี ตามลำดับในมื้อเดียวกัน คือ เริ่มจากสีดำ ต่อมาสีขาว และสุดท้ายสีแดง หลังจากนั้น หนูก็ถูกฆ่าและกระเพาะอาหารของหนูก็ถูกนำมาผ่าดูพบว่าอาหารแต่ละสีนั้นแบ่ง เป็นชั้นๆดังรูป

 

กินอาหารตามลำดับ

วาดใหม่จาก www.http://drbass.com/sequential.html

 

     ส่วน การทดลองกับคนก็มี ในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกัน มีทหารคนหนึ่งถูกยิงเป็นแผลใหญ่ที่กระเพาะอาหาร นักวิทยาศาสตร์จึงศึกษาการย่อยอาหารของเขาแล้วพบว่าอาหารนั้นถูกย่อยโดยแบ่งเป็นชั้นไม่ได้รวมกันเป็นชั้นเดียวเหมือนที่เราคิดกัน     

     Dr. Stanley เองได้ทดสอบการกินอาหารตามลำดับกับ ตัวท่านเองโดย ทานแตงโมก่อน หลังจากนั้นทานสลัดผักตามด้วยชีส เขาได้นำอุจาระของตัวเองมาตรวจดูพบว่าอุจาระของเขาแบ่งออกเป็นสามสีตามลำดับ คือสีแดงตามมาด้วยสีน้ำตาลออกเขียวเข้ม และก็ตามด้วยสีเแทนอ่อน ซึ่งเป็นไปตามลำดับของอาหารที่เขาทาน นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าอาหารทั้งสามที่ถูกกินในมื้อเดียวกันไม่ได้ผสมกันในกระเพราะอาหารแต่ถูกแบ่งเป็นชั้นๆ

     เพื่อความเข้าใจง่ายผมจะยกตัวย่างง่ายๆครับว่าสมมุติว่าเราทานอาหารทั้งหมด  5 อย่างในมื้อเดียวกันตามลำดับดังนี้ มะละกอสุกก่อน ตามด้วยผักใบเขียว ข้าวกล้อง  ใข่ และ สุดท้ายไก่ย่าง   อาหารที่อยู่ในกระเพราะอาหารจะถูกแบ่งออกเป็น5 ชั้นตามภาพ

 ทานอาหารตามลำดับ

 

     อาหารในแต่ละชั้นจะถูกย่อยด้วยเอนไซม์ชนิดต่างๆที่เหมาะแก่การย่อยอาหารชนิด นั้น เอนไซม์แต่ละชนิดจึงสามารถทำงานได้ดีส่งผลทำให้อาหารแต่ละชนิดถูกย่อยอย่าง สมบูรณ์แบบ หลังจากที่มะละกอสุกนั้นถูกย่อยเสร็จ มันก็จะออกจากกระเพาะไปถูกย่อยต่อที่ลำไส้ ต่อมาชั้นที่ 2 ซึ่งก็คือผักใบเขียวก็จะเลื่อนลงมาแทนที่มะละกอแล้วก็จะออกจากระเพาะอาหาร ตามไป หลังจากที่แต่ละชั้นถูกย่อยและออกจากกระเพาะอาหารไปหน้าท้องก็จะเริ่มยุบและ เราก็จะเริ่มรู้สึกสบายท้อง

     ถึงแม้ว่าการวิจัยที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะไม่มีเอกสารยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่หลังจากที่ผมเปิดใจลองกินอาหารตามลำดับผมพบว่าผมสามารถย่อยอาหารได้ดี ขึ้นมาก

 

วิธีกินอาหารตามลำดับ

     กินอาหารที่ใช้เวลาย่อยเร็วที่สุดก่อนจากนั้นตามด้วยอาหารที่ใช้เวลาย่อยมากขึ้นตามลำดับ โดยเริ่มจากอาหารที่เป็นน้ำๆก่อน

กินอาหารตามลำดับ

ตัวอย่างวิธีกินอาหารตามลำดับ

เมนูอาหาร มะละกอ น้ำส้มคั้น ผัดผัก ข้าว ไก่ย่าง ถั่วแดงต้ม มันเทศนึ่ง ไข่ลวก

ลำดับอาหาร คือ

1. น้ำส้มคั้น 2. มะละกอ 3. ผัดผัก 4.ไข่ลวก 5. มันเทศนึ่ง 6 ข้าว  7.ไก่ย่าง

ทฤษฎีความเข้ากันของอาหาร (Food combination ) 

     เวลาคุณทานอาหารจะมีการย่อยอาหารเกิดขึ้น 2 แบบ คือ 1. การย่อยเชิงกล (การเคี้ยวอาหาร) 2. การย่อยทางเคมี

การย่อยเชิงกลจะเริ่มต้นที่ปาก (การเคี้ยวอาหาร) การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดเป็นสิ่งที่สำคัญมากโดยเฉพาะอาหารที่เป็นแป้ง เพื่อให้เกิดการย่อยอาหารที่สมบูรณ์

การย่อยอาหารทางเคมี       

     อาหารแต่ละชนิดจะถูกย่อยด้วยเอนไซม์ต่างชนิดกัน และเอนไซม์แต่ละชนิดจะทำงานได้ดีในสภาวะที่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น กระเพาะอาหารจะหลั่ง เอนไซม์เปปซิน  และ กรดไฮโดรคลอริกมา (ทำให้เกิดสภาวะเป็นกรดในกระเพาะอาหาร) มาย่อยอาหารประเภทโปรตีน  เอนไซม์เปปซินจะทำการย่อยโปรตีนได้ดีในสภาวะที่เป็นกรด ส่วนเอนไซม์ที่ย่อยแป้งจะทำงานได้ดีในสภาวะที่เป็นเบส ถ้าคุณทานทั้งโปรตีนและแป้งพร้อมกัน(เช่น ข้าวคำ เนื้อหมูคำ) คุณจะไม่สามารถย่อยทั้งแป้งและโปรตีนได้ดีเพราะว่าสภาวะกรดกับด่างจะรวมกันแล้วเป็นกลาง แล้วเอนไซม์ทั้ง 2 ชนิดก็จะไม่สามารถทำงานได้ดี แต่ก็ยังมีอาหารหลายประเภทที่ทานร่วมกันแล้วร่างกายยังสามารถย่อยได้ดีอยู่ ดังแสดงในรูปด้านล่าง

 การรวมกันของอาหาร food combination

 

 
Visitors: 74,382