กี น้ำมันเนย

เนยแท้ และ กี (Ghee, clarified butter, น้ำมันเนย, น้ำมันใส )

ไขมันดี ย่อยง่าย ไม่ทำให้อ้วน ช่วยฟื้นฟูระบบย่อยอาหาร

ข้อเสียของกี คือ มีฤทธิ์ร้อนกว่าเนย อาจจะไม่เหมอะกับคนที่ร้อนเกินถ้าทานในปริมาณมาก

 

 กี น้ำมันเนย

 

กี คือ น้ำมันที่สกัดจากนม ถูกใช้มานานด้านสุขภาพในอินเดีย และ อีกหลายประเทศมานานนับพันปี


เพื่อความเข้าใจในบทความมากขึ้น เรามาทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนมกันครับ

นม โยเกิร์ต คลีม เนย และ กี

- ในนมวัวมีสารอาหารหลักๆ คือ น้ำ น้ำตาล โปรตีน ไขมัน วิตามิน และ แร่ธาตุ

- คนส่วนมากที่แพ้นมนั้น แพ้ น้ำตาลของนม และ โปรตีนในนม

- คนโบราณจึงใช้วิธีหมัก Fermentation เพื่อ

1. ทำให้นมนั้นเก็บได้นานขึ้น
2. เพิ่มคุณค่าทางอาหารของนม
3. ย่อยสารอาหารในนมให้มีขนาดเล็กลงและอยู่ในรูปที่ย่อยง่ายขึ้น ทำให้มีโอกาสแพ้นมน้อยลง

- ผลิตภัณฑ์นมที่ผ่านการหมัก เช่น โยเกิร์ต, คีเฟอร์ (Kefir), ชีส ๆลๆ
ระหว่างการหมักโยเกิร์ตเชื้อจุรินทรีย์จะกินน้ำตาลในนม แล้วเปลี่ยนเป็นกรดทำให้มีรสเปรี้ยว และ ย่อยโปรตีน และ ไขมันให้มีขนาดเล็กลง ดังนั้นผู้ที่แพ้นมบางท่านสามารถทาน โยเกิร์ต และ คีเฟอร์ (Kefir) ได้

- ครีมเปรี้ยว เช่น sour cream นั้นเกิดจากการนำเอา นมหมัก เช่น โยเกิร์ต มากรองเอา โปรตีนบางส่วนออก ดังนั้น สารอาหารหลักในครีมคือ ไขมัน แต่ก็ยังมี น้ำ วิตามิน แร่ธาตุ และ โปรตีนอยู่ การทานคลีมจึงมีโอกาสแพ้น้อยกว่าโยเกิร์ต

- เนย (cultured butter) นั้นผลิตโดยนำเอาครีมเปรี้ยว มาปั่นหรือตี (churn)แยกเอาโปรตีนออกอีก ให้เหลือโปรตีนน้อยลงไปอีก

- กี (Ghee, clarified butter) นั้นผลิตโดยนำเอาเนยมาต้มผ่านความร้อนต่ำ เพื่อ

1. แยกเอาโปรตีนที่เหลือออกอีก
2. ระเหยน้ำทิ้ง  ทำให้กีมีโปรตีนของนมหลงเหลืออยู่น้อยมากๆ และสามารถเก็บได้นานขึ้น

ดังนั้นกีจะมีโปรตีนหลงเหลืออยู่น้อยมากๆ แทบไม่เหลือ ทำให้มีโอกาสแพ้น้อยมากๆ

ผลิตภัณท์นมที่ขาย ณ ปัจจุบัน

- เนยส่วนมากไม่ได้ผ่านขบวนการการหมัก (uncultured butter เช่น ไม่ได้ทำจาก โยเกริต) เพราะเสียเวลาในการผลิตทำให้เนยที่ผลิตออกมามีวิตามิน แร่ธาตุน้อยกว่า ขนาดโมเลกุลใหญ่กว่า ย่อยยากกว่า มีโอกาสแพ้มากกว่า เนยจริงๆ แต่ก็ยังสามารถนำมาทำเป็นกีได้

- เนยที่ขายในไทยส่วนมากไม่ใช่เนยแท้ มีส่วนผสมของน้ำมันจากพืช ดังนั้นต้องระวังให้ดีครับ

ประโยชน์ของเนยแท้ และ กี

- เนย หรือ กีที่ผลิตจากวัวที่กินแต่หญ้า จะมีสาร conjugated linoleic acid (CLA) มาก. สาร CLA มีส่วนช่วยสู้กับโรคมะเร็ง และ เบาหวาน

- อุดมไปด้วยวิตามินในรูปที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ง่าย เช่น วิตามิน A, D, E, และ K2

- อุดมไปด้วยแร่ธาตุ เช่น แมงกานีส, โครเมียม, สังกะสี, คอปเปอร์ , ไอโอดีน และ ซีลีเนียม

- เนยมีทั้งไขมันขนาด เล็ก, กลาง (MCT), และใหญ่

- เนยมี กรดไขมันขนาดเล็ก และ กลาง ประมาณ 12 -15 % แต่กีจะมีมากกว่า 25 %

 ประโยชน์ของไขมันขนาดเล็ก และ กลาง คือ

 - ย่อยง่าย และ จะถูกนำไปใช้งานเปลี่ยนเป็นพลังงานอย่างรวดเร็วทำให้ไม่อ้วนถ้าทานในปริมาณพอดี

 - ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน และ ช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคในร่างกายโดยเฉพาะเชื้อโรคในลำไส้

- เนยที่ผลิตจากวัวกินหญ้านั้นมีสัดส่วนของ กรดไขมัน โอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6 ที่กำลังดี มีส่วนช่วยในการทำงานของสมอง และ ทำให้ผิวแข็งแรง

- จุรินทรีย์ในร่างกายของคน จะเปลี่ยนใยอาหาร(Fiber) ที่เรากินเข้าไปเป็นกรดบิวทิริก (Butyric acid ) กรดบิวทิริกนั้นเป็นอาหารสำคัญของเซลล์ในลำไส้ และ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของระบบย่อยอาหาร เนย และ กี อุดมไปด้วยกรดบิวทิริก ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายต้องการมาก

- เนยมีโคเลสเตอรอล ซึ่งเป็นสารจำเป็นมากต่อร่างกาย

 

เนย หรือ กีที่ผลิตจากวัวที่กินแต่หญ้าถ้าทานในปริมาณพอดีมีประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นโรคต่อไปนี้

1. โรคอ้วน เพราะ เนยนั้นเปลี่ยนเป็นพลังงานเร็ว คล้ายๆกับน้ำมันมะพร้าว(แต่เนยมี MCT น้อยกว่า)ไม่สะสมในร่างกาย

2. โรคหัวใจ เพราะ เนยมีสารมากมายที่ช่วยปกป้องหัวใจ เช่น วิตามิน A,D, K2, E, ซีลีเนียม, และ ไอโอดีน

3. โรคมะเร็ง เพราะ ไขมันขนาด เล็ก, กลาง (MCT) และสาร CLA ช่วยปกป้องร่างกายจากเซลล์มะเร็ง

4. โรคกระดูกพรุน เพราะ วิตามิน A,D, K2 นั้นช่วยให้ร่างกายดูดซึม แคลเซียม และ ฟอสฟอรัส จึงทำให้ กระดูก และ ฟัน แข็งแรง

5. ระบบย่อยอาหาร เพราะ สารในเนยมีส่วนช่วยในการฆ่าเชื้อโรค และ เป็นอาหารสำคัญของระบบย่อยอาหาร

วิธีเลือกซื้อเนย

- ให้เลือกซื้อเนยแท้ที่ทำจากวัวที่กินแต่หญ้า ปล่อยเลี้ยงอิสระ ไม่ใช้ฮอร์โมน ยาปฎิชีวนะ ในการเลี้ยง

- เนยแท้ไม่มีส่วนประสมของน้ำมันพืช

- ถ้าเป็นเนยที่ทำจากนมที่ผ่านการหมัก (cultured butter) ได้จะดีมากแต่ผมคิดว่าหาไม่ได้ในไทย

- เนยยี่ห้อ Anchor เป็นเนยที่ผลิตจากวัวที่กินแต่หญ้า ปล่อยเลี้ยงอิสระ ไม่ใช้ฮอร์โมน และ ยาปฎิชีวนะ ในการเลี้ยง แต่ไม่ใช่ cultured butter แต่ก็ถือว่าเป็นเนยที่ดีและหาซื้อได้ในไทย

 วิธีการทำกี
- ผมแนะนำให้ทำกีเองเพราะทำง่ายและจะได้กีคุณภาพดี

 

- นำเนยใส่กระทะ หรือ หม้อ เปิดไฟกลางๆจนเนยละลายจากของแข็งเป็นของเหลว (ของเหลวจะสีขุ่น)

- รอจนเดือดแล้วหรี่ไฟมาเป็นไฟเบา

- ระหว่างต้มเนย น้ำจะละเหยออกจากเนย โปรตีนจากเนยบางส่วนจะลอยขึ้นมาข้างบน และ โปรตีนบางส่วนจะจมลงสู่ก้นกระทะ

- ต้มไปเรื่อยๆพยายามอย่าคน

- น้ำมันเนยจะเริ่มใสขึ้นเรื่อยๆตามลำดับเพราะโปรตีนถูกแยกออกมา

- ต้มจนน้ำมันเนยสีใส และ บนผิวของน้ำมันแทบไม่มีฟองอากาศ พยายามอย่าต้มนานไป เพราะกีจะไหม้

- ปิดไฟแล้วทิ้งไว้ซักพักจน กี หายร้อน

- กรองกีใส่ขวดแก้ว

- กีสามารถเก็บได้ทั้งในตู้เย็นได้นาน และ ใว้ข้างนอกตู้เย็นได้ประมาณ 2 เดือน

 

Visitors: 70,839