วิธีดูแลสุขภาพ ธรรมชาติบำบัด

วิธีดูแลสุขภาพ โดยใช้หลัก ธรรมชาติบำบัด ปรับสมดุลร่างกาย

( ฝึกสมาธิ ดีท็อก ล้างสารพิษ ชี่กง พลังจักรวาล )

เพื่อบรรเทา หรือ รักษาโรคต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ

 วิธีดูแลสุขภาพ ธรรมชาติบำบัด ดูแลสุขภาพ การดูแลสุขภาพ

 

 

ดูแลสุขภาพ อย่างไรให้หายจากโรค?

การดูแลสุขภาพ

 

     วิธีดูแลสุขภาพ เพื่อรักษาโรคให้ได้ผลดีนั้นจะต้องดูแลสุขภาพองค์รวมทั้ง สุขภาพกาย และ สุขภาพใจ ตั้งแต่การกินอาหาร ฝึกสมาธิ ออกกำลังกาย ยืดเส้น ดำเนินกิจกรรมให้ถูกเวลา ๆลๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับปัจจัยที่เขาต้องการสำหรับฟื้นฟูสุขภาพ

     ดูแลสุขภาพอย่างไรถึงจะถูกวิธี?

     เนื่องจากมนุษย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างร่างกาย DNA ความเชื่อ นิสัย กรรม บุญกุศล ๆลๆ ล้วนแล้วแต่แตกต่างกัน วิธีดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับคนหนึ่ง อาจจะไม่เหมาะกับอีกคนหนึ่ง100% สิ่งที่คนอื่นบอกว่าดี ไม่ได้แปลว่าดีกับคุณ บางวิธีอาจจะดีสำหรับคุณในระยะสั้น แต่ไม่ดีในระยะยาว สิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลสุขภาพคือ เรียนรู้ร่างกาย และ จิตใจของตัวเอง และเปิดใจพิสูจน์หาสิ่งที่ดีกับตัวคุณ ถ้าวิธีดูแลสุขภาพที่คุณทำอยู่ถูกต้อง สุขภาพองค์รวมจะต้องค่อยๆแข็งแรงขึ้น (หมอที่ดีที่สุดคือตัวคุณเอง) ในช่วงแรกอาจจะมีอาการไม่สบายตัวบ้าง เพราะเป็นกลไกในการรักษาตัวเองของร่างกาย

     โดยมีวิธีที่สังเกตุเบื้องต้นง่ายๆคือ  นอนหลับสนิทมากขึ้น  มีแรงในการดำเนินชีวิตมากขึ้น สุขภาพจิตแจ่มใส กล้ามเนื้อค่อยๆแข็งตึงน้อยลง ขับถ่ายง่าย รู้สึกสบาย ไม่หนักเนื้อหนักตัว มือเท้าอุ่น หน้าผากเย็น และ สุขภาพช่างปากดีขึ้นเรื่อยๆ

    

วิธีดูแลสุขภาพ

       วิธีดูแลสุขภาพที่ถูกต้องจะต้องแก้ที่สาเหตุ

     ถ้าอาการเจ็บป่วยของคุณเกิดจากสารพิษในร่างกายเยอะ เช่น สิว ผดผื่น  ๆลๆ การช่วยร่างกายระบายสารพิษ จะทำให้อาการดังกล่าวลดลงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกัน ถ้าคุณป่วยเพราะร่างกายไม่สมดุลร้อนเย็น เช่น เจ็บคอ ปากเป็นแผล ร้อนใน ตัวร้อน ปากแห้ง ๆลๆ  การปรับสมดุลร้อนเย็น จะทำให้อาการดีขึ้น ถ้าคุณป่วยเพราะสุขภาพจิตแย่ หรือ พลังชีวิตต่ำ การฝึกสมาธิเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

     แต่โรคส่วนมากนั้นเกิดจากความเสื่อมของร่างกาย (มะเร็ง เบาหวาน กรดไหลย้อน ๆลๆ) ซึ่งสาเหตุของความเสื่อมไม่ได้อยู่ที่ปัจจัยเดียว การแก้ที่ปัจจัยเดียว เช่น บริโภคอาหารทีดี่ต่อสุขภาพ หรือ ออกกำลังกาย อย่างเดียวนั้น โอกาสที่จะหายขาดจากโรคนั้นมีน้อย (เป็นแค่การบรรเทาอาการ) เพราะร่างกายมนุษย์ทำงานเป็นระบบ ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดคือ การดูแลสุขภาพองค์รวม


     มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่แสนวิเศษสามารถรักษาร่างกายให้กลับมาแข็งแรงได้ด้วยตัวเอง แต่การที่จะฟื้นฟูสุขภาพให้กลับมาแข็งแรงได้นั้น คุณจะต้องให้ปัจจัยที่ร่างกายต้องการสำหรับฟื้นฟูสุขภาพ

การดูแลสุขภาพ ดีท๊อก ล้างสารพิษ

    

     ลังจากที่ร่างกายได้รับปัจจัยที่กล่าวข้างต้นแล้ว ร่างกายจะเริ่มรักษาตัวเองแบบค่อยเป็นค่อยไป สุขภาพองค์รวมจะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ  ผมเชื่อว่าวิธีดูแลสุขภาพ ตามหลัก ธรรมชาติบำบัด สามารถบรรเทา หรือ รักษาโรคให้หายขาดได้ทุกโรค เพราะว่าเป็นการรักษาโรคที่ต้นเหตุ  การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าไม่ทำตั้งแต่ตอนนี้ ในอนาคตอีก 10 หรือ 20 ปี ข้างหน้าคุณก็ต้องดูแลอยู่ดี ดังนั้นมาเริ่มกันเถอะครับ

 ดูแลสุขภาพ ธรรมชาติบำบัด

 

   วิธีดูแลสุขภาพ เพื่อรักษาโรค

    

     วิธีดูแลสุขภาพองค์รวม ที่ผมเขียนในเว็บนี้ ( ไม่พึ่งยาเคมี )

เป็นการให้ปัจจัยที่ร่างกายต้องการสำหรับฟื้นฟูสุขภาพ เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และ ยังเป็นการทำบุญไปในตัวด้วย (หนึ่งในสาเหตุของความเจ็บป่วยคือ กรรมไม่ดีที่ทำใว้ในอดีต) โดยจะแบ่งการดูแลสุขภาพออกเป็น 5 หมวด คือ

1. รักษาศีล 5, ฝึกสมาธิ และ วิปัสสนา 

2. กินอาหาร ปรับสมดุลร่างกาย และ ระบบย่อยอาหาร 

(ถ้ามีโอกาสให้แพทย์แผนไทย-จีนช่วยแมะ และ ทานยาสมุนไพรควบคู่ไปด้วยจะดีมาก)

3. ช่วยร่างกายระบายสารพิษ (ดีท๊อก) 

4. ดำเนินกิจกรรมให้ถูกเวลา

5. ใช้น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรค

ควรจะให้ความสำคัญทุกหมวดนะครับ เพราะร่างกายของมนุษย์ทำงานเป็นระบบ

     Note หลักวิธีดูแลสุขภาพที่เขียนในเว็บนี้ บางอย่างวิทยาศาสตร์ยังพิสูจน์ไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่ดี งมงาย หรือว่าไม่มีจริง สำหรับผู้ที่ไม่เชื่อในศาสนาพุทธ ไม่เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ผมแนะนำให้ท่านลองเปิดใจดูเพื่อที่จะไม่พลาดสิ่งดีๆในชีวิตครับ

 

ฝึกสมาธิ 
รักษาศีล5

เพิ่มพลังจิต พลังชีวิต จักระ ระบบไหลเวียนเลือด ลมปราณ ทำบุญ แก้กรรม

 วิธีดูแลสุขภาพ พลังกายทิพย์

วิชาพลังกายทิพย์เพื่อสุขภาพ

สวดมนต์

สวดมนต์ รักษาโรค

วิธีเดินจงกรม และ นั่งสมาธิ

เตโชวิปัสสนา ดูแลสุขภาพ

 หลักสูตรเตโชวิปัสสนา
คลอสปฎิบัติจริงจัง

ชี่กง พลังจักรวาล

กระบวนท่า ชี่กง พลังจักรวาล

ชี่กง พลังจักรวาล
และ วิธีหายใจลึก

 สมาธิ วิธีดูแลสุขภาพ

 หลักสูตรสมาธิ (สายหลวงปู่มั่น)

 วิธียืนสมาธิ ช่วยดูแลสุขภาพ

วิธียืนสมาธิรักษาโรค

     สำหรับการดูแลสุขภาพแล้ว พลังชีวิต ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เชื่อหรือไม่ว่าพระอริยะหลายองค์อยู่ได้ด้วยพลังงานที่เกิดจากการฝึกภาวนา โดยที่ท่านไม่ได้รับสารอาหารอะไรดีมากมายแต่พวกท่านก็มีชีวิตอยู่ได้

สมาธิช่วยบรรเทาหรือรักษาโรคได้อย่างไร ?

ก่อนอื่นผมขอแบ่งสมาธิออกเป็น 2 แบบ

1. สมาธิเพื่อเพิ่มพลังจิต

2. สมาธิที่มุ่งเน้นปรับพลังจักระ และ ส่งพลังงานไปรักษาอวัยวะที่กำหนด


สมาธิเพื่อเพิ่มพลังจิต (ไม่ได้มุ่งเน้นไปรักษาอวัยวะใด)

- ระหว่างการทำสมาธิจิตจะผลิตพลังชีวิต(พลังจิต) เมื่อพลังชีวิตเพิ่ม เซลล์ต่างๆในร่างกายก็จะแข็งแรงขึ้น เริ่มซ่อมแซมตัวเอง สามารถขับของเสียต่างๆออกจากร่างกายได้มากขึ้น

- การเดินสมาธิ (เดินจงกรม, เดินสวดมนต์) นอกจากจะได้รับพลังจิตแล้ว เลือดและลมปราณยังไหลเวียนดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาโรค

- การเดินสมาธิหลังรับประทานอาหารจะช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดีขึ้น

- เวลาทำสมาธิสมองจะถูกพัก(ทำงานน้อยลง) ซึ่งเป็นการลดระดับการสูญเสียพลังงาน (เราสูญเสียพลังงานไปกับความคิดมาก)  

- สมาธิจะช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสละในร่างกายทำให้เซลล์ต่างๆเสื่อมช้าลง 
 
- ผู้ที่ทำสมาธิ และ แผ่เมตุตาบ่อยๆ  จะมีมิตรที่ดีมากขึ้น เจอสิ่งดีๆในชีวิตมากขึ้น มีอุปสรรคน้อยลง และ มีความเป็นอยู่ที่ผาสุขมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการดูแลสุขภาพ

- ผู้ที่มีฝึกสมาธิไปเรื่อยๆ จะเริ่มมีตัวเตือน เตือนว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ และเขาจะสามารถบังคับตัวเองไม่ทำในสิ่งไม่ดีได้มากขึ้น

สมาธิที่มุ่งเน้นปรับพลังจักระ และ ส่งพลังงานไปรักษาอวัยวะต่างๆ

- เป็นการกำหนดสมาธิเพื่อดึงพลังงานจากภายนอกเข้ามาในร่างกาย ผ่านทางจุดจักระ เพื่อเพิ่มพลังงาน และสามารถส่งพลังงานไปยังอวัยวะที่ต้องการรักษาได้โดยตรง

- เช่น วิชาพลังกายทิพย์เพื่อสุขภาพ ของ คุณย่าเยาวเรศ บุนนาค


     เนื่องจากวิธีปฏิบัติมีหลายเทคนิค ความถนัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ท่านจะต้องลองหาวิธีที่ท่านชอบเอง และอย่านำแต่ละวิชามาปนกัน ในเว็บไซด์แห่งนี้แนะนำวิธีปฏิบัติเบื้องต้นของ สายพุทโธ และ ชี่กง พลังจักรวาล (ควรเข้าไปเรียนกับครูบาอาจาร์ยสายนั้นๆ) สำหรับผู้ที่เน้นดูแลสุขภาพแล้วยังไม่ทราบจะเริ่มที่ไหน ผมแนะนำให้เริ่มจาก วิชาพลังกายทิพย์เพราะเป็นวิธีดูแลสุขภาพโดยตรง และยังได้เรียนโยคะชาร์ดพลังเข้าจักระด้วย

ดูแลสุขภาพด้วยอานาปานสติ

วิธีฝึกอานาปานสติโดยท่าน อาจารย์อัจฉราวดี

 

สมาธิ รักษาโรค

อานาปานสติช่วยรักษาโรค

 วิธีดูแลสุขภาพ ด้วยการรักษาศีล

กรรมที่ทำให้คนอายุยืน

และ มีโรคน้อย

กรรม

วิบากกรรมของการผิดศีล 5

     สำหรับการดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องทำเยอะ แต่ควรทำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน

     เนื่องจากสมาธิแต่ละวิธีนั้นไม่เหมือนกัน ระยะเวลาในการทำแต่ละวิธีก็แตกต่างกัน บางวิธีสามารถทำได้นาน ส่วนบางวิธีไม่ควรเกิน 30 นาที เพราะจุดบางจุดบนร่างกายไม่ควรกำหนดสมาธิลงจุดนั้นนานเกินไป จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ดังนั้นควรเข้าเรียนกับครูบาอาจาร์ยโดยตรง

     คนเราเจ็บป่วยก็เพราะกรรม แข็งแรงก็เพราะกรรม สวย รวย หรือ ยากจนก็เพราะกรรม กรรมเกิดจากการสัมผัสที่มีเจตนา ไม่ว่าตามองอะไร หูฟังอะไร จมูกดมอะไร ปากกินอะไร กายทำอะไร สัมผัสอะไร ใจคิดอะไร รู้สึกอย่างไร เมื่อกรรมเกิดแล้วก็ย่อมมีวิบากของกรรมนั้นๆ กรรมมีทั้งกรรมเก่าและกรรมใหม่  กรรมเก่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ มีแต่กรรมใหม่เท่านั้นที่คุณเลือกที่จะทำได้

     ทางกาย การรักษาศีล 5 (โดยเฉพาะศีลข้อที่ 1 ไม่ฆ่าสัตว์) การไม่เบียดเบียนสัตว์ ช่วยเหลือ และ เอ็นดูเพื่อนมนุษย์ และสรรพสัตว์ ออกกำลังกาย กินอาหารที่ย่อยง่าย
     ทางใจ พยายามเอาจิตมาอยู่ที่ร่างกาย เช่น ลมหายใจ, การเคลื่อนไหวของร่างกาย, หรือสวดมนต์ นึกพุทโธ, แผ่เมตุตา ๆลๆ
     จะทำให้คุณหายจากโรคได้เร็วขึ้น เจ็บป่วยน้อย และ เจอสิ่งดีๆในชีวิตมากขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ผาสุข
   

    

กินอาหาร ปรับสมดุลร่างกาย และ ระบบย่อยอาหาร

★★ กินอาหารที่ย่อยง่าย วันละ 1-2 มื้อหลัก เน้นมื้อเช้า 7-9 โมง ค่อยค่อยกิน เคี้ยวละเอียดๆ
กินอิ่มพอดี ชนิด และ รสชาติ ของอาหารพอดีกับร่างกาย ณ ขณะนั้น  ★★

 

ดื่มน้ำอย่างถูกวิธี

ดื่มน้ำถูกวิธี

     สำหรับการดูแลสุขภาพด้วยอาหารสิ่งแรกที่ผมให้ความสำคัญคือ การย่อยอาหาร ถ้าเปรียบเทียบคนกับต้นไม้ระบบย่อยอาหารเปรียบเสมือนรากของต้นไม้ ต้นไม้ดูดซึมน้ำและสารอาหารผ่านทางราก และแจกจ่ายไปยังส่วนต่างๆ ร่างกายก็เช่นเดียวกันย่อยและดูดซึมสารอาหารผ่านทางระบบย่อยอาหาร ถ้าระบบย่อยอาหารดีร่างกายจะได้รับสารอาหารไปซ่อมแซมส่วนต่างๆ แต่ถ้าอาหารที่กินถูกย่อยไม่สมบูรณ์ ไม่เพียงแต่ร่างกายจะได้รับสารอาหารน้อย ระบบอื่นๆในร่างกายจะค่อยรวน ระบบขับถ่ายจะทำงานไม่ดี สารพิษจะเริ่มเคลื่อนออกจากร่างกายได้น้อยลง

วิธีกินอาหารดูแลสุขภาพ

วิธีกินอาหารให้ย่อยง่าย

     สารพิษในร่างกายจะเพิ่มมากขึ้น (ผลิตจากจุรินทรีย์ชนิดไม่ดีในร่างกาย ๆลๆ) ภูมิคุ้มกันจะเริ่มตก จะเริ่มมีอาการปวดตึงตามส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น ปวดขมับ คอบ่าไหล่ ปวดหน้าแข้ง ๆลๆ พอปล่อยใว้นานๆ อวัยวะต่างๆก็เริ่มเสื่อม โรคอื่นๆก็ตามมา เช่น ปวดหัว ภูมิแพ้ กรดไหลย้อน อ่อนเพลีย อ้วน ๆลๆ อีกมายมาก เห็นแล้วใช่ไม้ว่า ปัญหาของระบบย่อยอาหารส่งผลไปถึงเกือบทุกระบบในร่างกาย ดังนั้นอีกกุญแจของการดูแลสุขภาพคือ ย่อยอาหารที่ทานเข้าไปให้ได้

โปรไบโอติกช่วยปรับสมดุล

ระบบย่อยอาหาร

 

กินวันละมื้อ วิธีดูแลสุขภาพ

จำนวนมื้ออาหาร
ชนิด และ เวลาที่เหมาะสม

     อาหารแต่ละชนิดมีผลต่อร่างกายที่แตกต่างกัน ทานแล้วมีผลต่ออวัยวะแตกต่างกัน บางชนิด จะเพิ่มความร้อนให้กับร่างกาย บางชนิดเพิ่มความเย็น บางชนิดทำให้ร่างกายแห้ง ส่วนบางชนิดเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย ๆลๆ เช่น ถั่วแดงเมล็ดเล็ก มีฤทธิ์กลาง ทานแล้วมีสรรพคุณช่วยระบายความร้อนจากร่างกาย และ ทำให้ร่างกายแห้ง มีผลโดยตรงกับลำไส้เล็ก หัวใจ ไต และ กระเพาะปัสสาวะ ถ้าคนที่ร่างกายขาดน้ำ หรือ ร่างกายแห้งง่ายทานในปริมาณมากจะทำให้ป่วยได้ น้ำตาลทรายแดง เพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย เพิ่มความชุ่มช้ืน มีผลโดยตรงกับกระเพาะอาหาร เป็นต้น

     ดังนั้นถ้าทานอาหารถูกกับร่างกายของตัวเอง ถูกทั้งเวลา ปริมาณ และ ชนิด อาหารชนิดนั้นจะเป็นยา(ต่อให้มุมมองของแพทย์แผนปัจจุบันมองว่าเป็นโทษต่อร่างกายก็ตามเช่น น้ำตาลทรายขัดขาว) ส่วนถ้าทานผิดชนิดก็จะเป็นพิษ ต่อให้อาหารชนิดนั้นมีประโยชน์มากเพียงใดก็ตาม  ถ้าทานอาหารถูกกับร่างกายสุขภาพองค์รวมจะค่อยๆดีขึ้น กล้ามเนื้อจะค่อยๆแข็งตึงน้อยลง จะมีแรงในการดำเนินชีวิต   รู้สึกสบาย ไม่หนักเนื้อหนักตัว ควบคุมตัวเองได้ดี มือเท้าอุ่น  ผิวหนังมีความชุ่มชื้น ไม่แห้ง ไม่บวมน้ำ และ สุขภาพจิตแจ่มใส ๆลๆ แต่ถ้าทานอาหารชนิด ปริมาณ และ เวลา ไม่เหมาะกับร่างกาย (ต่อให้อาหารชนิดนั้นจะมีประโยชน์ ) จะไม่สบาย หนักเนื้อหนักตัว ปากแห้ง เส้นตึง เหนื่อย เพลีย ๆลๆ
    

     เนื่องจากร่างกายแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ธาตุหลักตามธรรมชาติก็แตกต่างกัน อย่างเช่น ผม เป็นคนผอม ผิวแห้งง่าย เวลาเดินชอบมีเสียงกระดูกลั่น ทนหนาวได้น้อย แต่ทนร้อนได้ดี สภาพร่างกายแบบนี้ คือ สภาพร่างกายพื้นฐานที่มีธาตุเย็น แห้ง และ เบา อาหารที่เหมาะกับผม คือ อาหารที่มีอุณหภูมิ อุ่น ฤทธิ์ กลาง - อุ่น โดยเฉพาะมื้อเช้า มีความชุ่มชื้น มีส่วนผสมของน้ำ และ ไขมันชนิดดีเยอะ เพื่อที่จะทำให้ธาตุตามธรรมชาติสมดุล เช่น  น้ำอุ่น  มันนึ่ง มะละกอ ๆลๆ ส่วนอาหารที่ไม่เหมาะกับผม คือ อาหารที่มีอุณหภูมิเย็น ฤทธ์เย็นมาก อาหารแห้ง เช่น ผักผลไม้ฤทธิ์เย็นสดในปริมาณมาก ผักดิบมากๆ ของแห้ง เช่น คุกกี้ ผลไม้อบแห้ง น้ำเย็น เมื่อไรผมทานคุกกี้มากปากก็จะเป็นแผลง่าย เป็นต้น

แต่ถ้าคนอีกประเภทที่ร่างกายพื้นฐาน ธาตุร้อน ขี้ร้อน  ทนร้อนไม่ได้ ร่างกายไม่ผอม ผิวมัน มีน้ำมีนวล ลักษณะอาหารที่เหมาะกับคนธาตุนี้ คือ อาหารที่มีฤทธิ์ กลาง - เย็น มีส่วนผสมของน้ำ และ ไขมันน้อยกว่า  สามารถทานอาหารที่มีอุณหภูมิเย็นได้มากกว่าธาตุอื่นๆ เช่น น้ำเย็น ถ้าคนลักษณะนี้ทานอาหารแบบเดียวกับผมเขาก็จะป่วยเพราะอาหารดังกล่าวไม่เหมาะกับเขา ดังนั้นจะต้องเรียนรู้ร่างกายของตัวเองว่าเขาชอบแบบไหนไม่ชอบแบบไหน

ธาตุกับวิธีดูแลสุขภาพ


วิธีปรับสมดุลร้อนเย็นเบื้องต้น

 

     สมดุลร้อนเย็นเป็นสิ่งที่หลายๆคนมองข้ามไปรวมถึงตัวของผมเองในอดีต (ผมเคยป่วยหนักจากการที่ร่างกายไม่สมดุลร้อนเย็น) การที่ร่างกายไม่สมดุลร้อนเย็น แต่ละคนจะแสดงอาการออกมาไม่เหมือนกัน

     โดยในระยะเบื้องต้น จะมีอาการป่วยเล็กๆน้อยๆ เช่น ไข้ขึ้น ปวดหัว ตัวร้อน ปวดตึงตามเนื้อตัว ท้องผูก อุจจาระแข็ง ริมฝีปากแตก เส้นเลือดขอด เจ็บคอ ๆลๆ (อาการร้อนเกิน) มีน้ำมูกสีใส เสมหะมาก ไม่เหนียว สีใส หนักหัว หัวตื้อ ท้องอืด จุก เสียด มือเท้าเย็น ๆลๆ  (อาการเย็นเกิน) ถ้าปล่อยใว้นานเข้า ร่างกายจะเสื่อมเร็ว และส่งผลให้เป็นโรค ต่างๆที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย เช่น เบาหวาน มะเร็ง ๆลๆ ดังนั้นการปรับสมดุลร้อนเย็นจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญ

     ความรู้ทางด้านการปรับสมดุลร่างกายด้วยอาหารของแพทย์แผนไทยจีน เป็นศาสตร์ที่ยากและต้องใช้เวลาเรียนรู้นาน การที่คนธรรมดาอย่างเราจะเรียนรู้ทั้งหมดแล้วนำมาใช้กับตัวเองได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ยังพอเป็นไปได้ที่จะเรียนรู้เบื้องต้นแล้วหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เราป่วย

     นอกจากเรื่องอาหารแล้วปัจจัยสำคัญอื่นที่มีผลต่อการย่อยอาหาร เช่น จักระ 3 ขาดพลังงาน หรือ เสียสมดุล เคลื่อนไหวร่างกายน้อย เลือดลมไหลเวียนไม่สดวก ๆลๆ

   

ช่วยร่างกายระบายสารพิษ

วิธีดูแลสุขภาพ

วิธีสวนล้างลำไส้

วิธีดูแลสุขภาพ ด้วย ออย์ล พูลลิ่ง

ดููแลสุขภาพด้วย ออยล์พููลลิ่ง

     เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารที่เหมาะสมกับร่างกาย และ พลังชีวิตอย่างเพียงพอแล้ว เซลล์ต่างๆจะเริ่มมีแรงในการขับสารพิษออกจากตัวเองมากขึ้น สารพิษจะเคลื่อนที่ออกจากเซลล์ลงสู่กระแสเลือด และเคลื่อนออกจากร่างกายทางช่องทางระบายของเสียต่างๆ เช่น อุจจาระ (ลำไส้ใหญ่), ปัสสาวะ (ไต),  เหงื่อ, ผื่น,สิว, กลิ่นตัว (ผิวหนัง), พลังงานเสีย (เส้นลมปราณ และ จุดจักระ), ลมหายใจ (ปอด ) ๆลๆ

     แต่ถ้าช่องทางระบายของเสียไม่สามารถระบายของเสียได้ดี เช่น ท้องอืด ขับถ่ายไม่ดี ปัสสาวะน้อย เหงื่อไม่ออก กล้ามเนื้อแข็งตึง ๆลๆ สารพิษก็จะเคลื่อนออกจากร่างกายไม่ค่อยได้ ทำให้เกิดอาการไม่สบายตัวต่างๆ เช่น สิว ผื่น (สารพิษเคลื่อนออกทางอื่นได้น้อยจึงมาออกทางผิวแทน) ปวดตึงตามกล้ามเนื้อ (สารพิษเคลื่อนออกทางเส้นลมปราณไม่สดวก เปรียบเสมือนท่อน้ำตัน)

ดังนั้นเราจึงควรช่วยร่างกายระบายสารพิษออกด้วยวิธีต่างๆ เช่น

การสวนล้างลำไส้ : ช่วยระบายสารพิษทางลำไส้ใหญ่

กัวซา : ช่วยระบายสารพิษออกทางผิวหนังในรูปของเหงื่อและผื่น , ช่วยการไหลเวียนของโลหิต, ช่วยระบายหลังงานเสียออกทางเส้นลมปราณ

กัวซา วิธีดูแลุสขภาพ ธรรมชาติบำบัด

วิธีกัวซา

วิธีดูแลสุขภาพ กดจุด
วิธีกดจุด ลดกรดไหลย้อน
เบื่ออาหาร ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืด ท้องผูก

โยคะ และ ชี่กง : ช่วยระบายสารพิษออกทางปอด, ช่วยระบายหลังงานเสียออกทางเส้นลมปราณ

เดินจงกรม หรือ เดินสวดมนตร์ : ช่วยการไหลเวียนของโลหิต, ช่วยระบายหลังงานเสียออกทางเส้นลมปราณ

ออย์ลพูลลิ่ง : ช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่างๆ, ช่วยทำให้ลมปราณไหลเวียนดีขึ้น, ช่วยฆ่าเชื้อโรคในช่องปาก

แนะนำให้ทำออยล์พูลลิ่งในอิริยาบทเดินพร้อมกับสวดมนตร์ไปด้วย จะทำให้ลมปราณไหลเวียนดีขึ้น

อบไอน้ำ ซาวน่า : ช่วยขับของเสียออกทางผิวหนัง แนะนำให้ทำโดยเฉพาะกับคนที่เหงื่อไม่ออก

     แพทย์ธรรมชาติบำบัดหลายท่านเล่าว่า หลังจากที่ผู้ป่วยได้ทำการกัวซา และสวนล้างลำไส้แล้ว อาการต่างๆทุเราลงมาก ดังนั้นสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยจึงสามารถใช้ 2 วิธีนี้ในการบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้อย่างรวดเร็ว

Note 2 การสวนล้างลำไส้ และ การกัวซาไม่จำเป็นต้องทำบ่อย เอาใว้เป็นตัวช่วยสำหรับระบายสารพิษเท่านั้น

หลั

ลดสารพิษจากภายในร่างกาย

 

ดำเนินกิจกรรมถูกเวลา

- 3:00 - 5:00 น ตื่นนอน

- หลังจากตื่นนอน (3:00 - 7:00 ) แปลงฟัน ดื่มน้ำอุ่น จากนั้นทำ ออยล์พูลลิ่ง โยคะ เดินสมาธิ นั่งสมาธิ
(แนะนำให้ทำ oil pulling พร้อมกับเดินสวดมนต์ไปด้วยกันเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ)

- พยายามขับถ่ายก่อน 7:00 น

- 7:00 - 9:00 น ทานอาหารมื้อหลัก หลังจากทานอาหารควรเดินสมาธิอย่างน้อย 15 นาที

- 9:00 - 11:00 และ 13:00 - 15:00 ไม่ควรทานอาหาร

- 15:00 - 17:00 น ดื่มน้ำ,น้ำชา, น้ำผลไม้, ห้ามอั้นปัสสาวะช่วงนี้
(ช่วงเวลานี้พยายามอย่าให้ร่างกายขาดน้ำ จิบน้ำบ่อยๆ)

-
17:00 - 19:00 น อาหารเย็นเบาๆ เช่น น้ำผลไม้ ๆลๆ หรือไม่ทานเลยดีที่สุด ทานน้ำเปล่า

- ไม่ควรออกกำลังกายหนักหลัง 17:00 น

- 21:00 น เอาจิตกลับมาอยู่กับตัวเอง เลิกดูหนัง ฟังเพลง นอนหลับ

- ไม่ควรนอนหลับหลัง  5 ทุ่ม

 

ศึกษาธรรมชาติของจิต

ทำไมถึงรู้สึกทุกข์?

 

น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรค

 

     น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรคที่มีคุณภาพสูงมาก แม้แต่พระพุทธเจ้า ผู้ซึ่งเป็นสัพพัญญูู ท่านยังแนะนำให้พระภิกษุใช้น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรค นอกจากพระภิกษุแล้วยังมีผู้คนจำนวนมากรักษาโรคหายโดยใช้น้ำปัสสาวะช่วย

สำหรับผู้ที่ยังทำใจไม่ได้ก็ยังไม่ต้องใช้ครับ แต่ควรศึกษาใว้เผื่อเป็นตัวเลือกนึงเวลาฉุกเฉิน

น้ำปัสสาวะรักษาโรคได้อย่างไร?

ประสบการ์จริงจากการใช้น้ำปัสสาวะรักษาโรค

เช่น โรคไซนัส ภูมิแพ้ชนิดต่างๆ ปวดประจำเดือน โรคตา มะเร็ง เนื้องอก เอดส์ เบาหวาน  ท้องผูก ริดสีดวง ปวดข้อ ไมเกรน โลหิตจาง

 

 หลักปฎิบัติควบคู่ไปกับ วิธีดูแลสุขภาพ

 

ทางสายกลาง หรือ ความพอดี

     “อะไร ที่เกินความพอดีมักจะไม่ประสบความสำเร็จ “ คำพูดนี้รวมถึงวิธีดูแลสุขภาพด้วย เช่น รับประทานอาหารเยอะหรือน้อยเกิน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากเกิน (ได้รับวิตามินหรือแร่ธาตุมากเกิน)  ทำดีท๊อก มากเกินไป ฝึกสมาธินานเกิน ๆลๆ ล้วนแล้วแต่ส่งผลเสียให้กับร่างกาย

 

ค่อยเป็นค่อยไป (step by step)

     การรักษาโรคด้วยวิธีธรรามชาติบำบัด ถ้าทำถูกต้องสุขภาพองค์รวมจะค่อยๆดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป สำหรับคนธรรมดาอย่างพวกเรา (ไม่มีฤทธิ์) ถ้าป่วยเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากการใช้ชีวิตผิดหลักธรรมชาติมานาน คงจะเป็นไปได้ยากที่จะรักษาโรคให้หายขาดภายใน 2-3 อาทิตย์ คุณต้องให้เวลากับร่างกายนานพอสมควร และไม่ควรรีบเร่งให้หายไว เพราะ ยิ่งรีบยิ่งเป็นการกดดันตัวเอง ส่งผลให้สุขภาพมีโอกาสที่จะแย่ลง ดังนั้นการดูแลสุขภาพควรจะทำแบบ ค่อยเป็นค่อยไป (step by step) ค่อยๆลดพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดี ค่อยๆเพิ่มในสิ่งที่ควรจะทำ และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ จะต้องมีความตั้งใจ ค่อยๆศึกษาทำความเข้าใจกับร่างกายของตัวเอง

Visitors: 78,515