กลไกการรักษาตัวเองของร่างกาย

 ร่างกายรักษาตัวเองอย่างไร?


     คุณเคยสังเกตุตัวเองหรือไม่ว่าบางวันรู้สึกแข็งแรงสดชื่นกว่าปรกติ กระปี้กระเป่า อยากทำโน่นทำนี่ อารมณ์ดี แต่บางวันตื่นนอนมาก็รู้สึกเพลียๆไม่สดชื่น หนักเนื้อหนักตัว มีน้ำมูก มีเสลด คันคอ สิวขึ้น ไม่อยากทำอะไร  อาการดังกล่าวข้างต้นเป็นเรื่องปรกติของคนทุกคน ไม่มีใครสามารถหลีกหนีความเจ็บป่วยไปได้ต่อให้ดูแลสุขภาพดีเพียงใด เพราะหนึ่งในสาเหตุของความเจ็บป่วยเป็นกลไกรักษาตัวเองของร่างกาย กราฟด้านล่างเป็นกราฟที่แสดงถึงความแข็งแรงต่อช่วงเวลาต่างๆ 

 


    ช่วงกราฟสีแดงหรือกราฟขาลงนั้น เป็นช่วงที่คุณอาจจะมีอาการเพลียๆไม่สดชื่น หนักเนื้อหนักตัว มีกลิ่นปาก หรือ กลิ่นตัวแรงกว่าปรกติ มีน้ำมูก เจ็บคอ ปวดข้อ ง่วงนอนบ่อยๆ ขอบตาดำ สิวขึ้น (อาการคล้ายภูมิแพ้ Allergy like symptom) ๆลๆ เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้จริงๆแล้วเป็นอาการที่แสดงให้เห็นว่า ร่างกายของคุณกำลังขับของเสีย(ขับสารพิษ หรือ Cleansing) ออกมามากกว่าปรกติ หรือมีของเสียในร่างกายมากและไม่สามารถระบายออกมาได้ทัน

    เซลล์ต่างๆจะขับของเสียลงสู่กระแสเลือด แล้วร่างกายก็จะพยายามเอาของเสียนั้นออกจากร่างกาย ตามเส้นทางการขับของเสีย (ของเสียที่ออกมานั้นออกมาในรูปของ น้ำมูก เสลด ผื่น สิว กลิ่น เหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ ๆลๆ) การขับของเสียนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นในการฟื้นฟูสุขภาพ แต่คนส่วนมากมักจะเข้าใจผิดนึกว่าอาการเหล่านี้เป็นโรคจึงหายามาทาน ซึ่งการทานยาเคมีส่วนมากนั้นจะไปหยุดยั้งระบบการขับของเสียของร่างกาย ทำให้สารพิษถูกขับออกมาไม่ได้แล้วก็ฝังลึกเข้าไปอยู่ในร่างกายเหมือนเดิม

 

     หลังจากที่ร่างกายผ่านเฟสการขับของเสียก็จะเข้าสู่ เฟสฟื้นฟู (Rebuilding) ในช่วงนี้เซลล์ต่างๆในร่างกายฟื้นฟู คุณจะรู้สึกแข็งแรง กระปี้กระเป่า อารมณ์ดี ผิวพรรณสดใส ๆลๆ  ร่างกายองคนเราจะต้องผ่านเฟส 2 เฟสนี้สลับไปมาตลอดเวลา และการที่จะฟื้นฟูสุขภาพก็มีความจำเป็นที่จะต้องผ่านเฟสขับของเสียด้วย

 

     Note Healing crisis หรือ วิกฤติบำบัด คือช่วงเวลาที่ร่างกายขับของเสียมากกว่าปรกติ (อาการ detox จะรุ่นแรงกว่าปรกติ) เช่น ในสุภาพสตรี คือ ช่วงเวลามีประจำเดือน

✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿

     โดยส่วนมากวิกฤติบำบัดจะเกิดขึ้นเมื่อ

1. ร่างกายมีพลังชีวิตมากขึ้น

2.ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และย่อยง่ายกว่าปรกติ

3. ทานสมุนไพรบางชนิด

4. ช่วงอากาศเปลี่ยน

5. เลิกพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น สูบบุหรี่ ๆลๆ

✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿

 

 ป่วยจริงแตกต่างจากอาการรักษาตัวเองของร่างกายอย่างไร ?

1. ระยะเวลาการขับของเสียในแต่ละครั้ง (ดีท๊อกซ์ , Cleansing) ของแต่ละคนจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย บางครั้งร่างกายก้ดีท๊อกซ์แรง บางครั้งก็เบา โดยส่วนมาก 1-5 วัน บางครั้ง 1-3 อาทิตย์ แต่อาการไม่สบายจะหายเองโดยธรรมชาติ แต่ถ้าป่วยเพราะร่างกายไม่สมดุล หรือ เป็นโรคจริงๆจะไม่หายเอง

เช่น ช่วงเวลาขับของเสียบางครั้ง ร่างกายจะขับเมือกออกมาเป็นเสลดและน้ำมูกสีเหลืองๆ อาจจะมีอาการคัน หรือ เจ็บคอ ๆลๆ พอปล่อยใว้ซักพักก็จะหายเอง แต่ถ้าป่วยจริง เช่นป่วยเพราะเกิดจากอาการที่ร่างกายร้อนเกิน อาการดังกล่าวก็จะไม่หายจนกว่าจะปรับสมดุลร้อนเย็นในร่างกาย

2. โดยส่วนมากอาการขับของเสียจะทุเลาลงหลังจากช่วยร่างกายระบายสารพิษ เช่น สวนล้างลำไส้ กัวซา ๆลๆ

 

วิธีปฏิบัติตัวในช่วงขับของเสีย

1. พักผ่อนให้เพียงพอ

2. ดูแลสุขภาพจิต

3. ดื่มน้ำอย่างถูกวิธี

4. ช่วยร่างกายระบายสารพิษ เช่น

- ดีท๊อกซ์ สวนล้างลำไส้

- กัวซา

- อบซาวน่า

- นวดกดจุด  ๆลๆ

5. ทานพอดี เคี้ยวละเอียดๆ

6. เพิ่มการไหลเสียนเลือด โดยการออกกำลังกายเบาๆ เช่น ยืดเส้น โยคะ เดินจงกรม

✿✿ งดออกกำลังกายหนัก ✿✿

 

สาเหตุที่ร่างกายหยุดรักษาตัวเอง 

1. การทานยาเคมีที่ไปกดอาการของโรค

2. ทานของหวาน หรือน้ำตาลมากเกินไป

3. การกระทำใดๆที่ทำให้ร่างกายสูยเสียพลังชีวิต เช่น

- ทานอาหารย่อยยาก (ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก)

- ออกกำลังกายหนักเกิน

- ทำงานหนักเกิน

- ความเครียด

 

★★  การหยุดกระบวนการรักษาตัวเองของร่างกายบ่อยๆ เช่น การทานยาเคมีกดอาการ หรือ การทานขนมหวานเยาะๆ

ทำให้ร่างกายรู้สึกสบาย แต่เป็นสาเหตุของความเสื่อม และจะทำให้สุขภาพองค์รวมค่อยๆแย่ลง ★★

 

การดูแลสุขภาพผิดวิธีส่งผลให้ให้ร่างกายค่อยๆเสื่อม แต่ถ้าดูแลสุขภาพถูกวิธีสุขภาพองค์รวมจะต้องค่อยๆดีขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามจะหลีกหนีความเจ็บป่วยไปไม่ได้เลย

ศึกษาวิธีดูแลสุขภาพองค์รวม

Visitors: 78,513