ออยล์พูลลิ่ง Oil pulling ดูแลสุขภาพช่องปาก

การดูแลสุขภาพช่องปากเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะช่องปากเป็นประตูของเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

ออยล์พูลลิ่ง Oil pulling  วิธีดูแลสุขภาพช่องปาก ที่มีมานานกว่า 2700 ปี ไม่เพียงแค่

ดับกลิ่นปาก รักษาฟัน เหงือกอักเสบ โรคในช่องปาก แต่ยังช่วยดูแลสุขภาพองค์รวมของคุณ

ออยล์พูลลิ่ง Oil pulling

หัวข้อ

โรคที่คุณเป็นอยู่อาจจะมีสาเหตุมาจากช่องปาก

ทำไมโรคถึงหาย หรือ ทุเราลงหลังจาก ฟันซี่ที่ติดเชื้อถูกถอน?

อะไรอาศัยอยู่ในปากของเรา

วิธีการดูแลสุขภาพปากเบื้องต้น

วิธีทำ ออยล์พูลลิ่ง

ประสบการ์ณของผู้ทำออยล์พูลลิ่ง (oil pulling) และงานวิจัย

อ้างอิง

 

เชื่อหรือไม่ว่า โรคที่คุณเป็นอยู่อาจจะมีสาเหตุมาจากช่องปาก

- ระบบย่อยอาหารนั้นเริ่มต้นที่ปาก ปากเป็นอวัยวะที่สำคัญมากนอกจากจะใช้เคี้ยวอาหารแล้ว สุขภาพช่องปากยังสามารถสะท้อนให้เห็นถึงสุขภาพองค์รวมของร่างกายด้วย ยกตัวอย่างเช่น แพทย์แผนจีนจะขอดูลิ้นของคนไข้เพื่อใช้ในการวินิจฉัยโรค เป็นต้น

- ความสำพันธุ์ระหว่างสุขภาพร่างกายกับสุขภาพช่องปากนั้นถูกค้นพบมานานกว่า 2700 ปี เริ่มต้นโดยชาวกรีก

คุณหมอสมัยโบราณหลายท่านรักษาโรคด้วยวิธีถอนฟัน !!

ดูแลสุขภาพช่องปาก

- คุณหมอ Hiprocrates รักษาคนไข้ของเขาที่เป็นโรคข้ออักเสบด้วยการถอนฟันซี่ที่ติดเชื้อของคนไข้ [1]

- Dr.Western A. Price, D.D.S ได้วิจัยความสัมพันธุ์ระหว่างฟันซี่ที่ติดเชื้อกับโรคเรื้อรังหลายชนิด คนไข้คนหนึ่งของเขาป่วยเป็นโรคข้ออักเสบขั้นรุนแรงมานานกว่า 6 ปี เธอไม่สามารถเดินได้จะต้องนั่งรถเข็น คุณหมอถอนฟันซี่ที่ติดเชื้อในปากของเธอออกหลังจากนั้นอาการของเธอก็ค่อยๆดีขึ้นจนสามารถกลับมาเดินได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง

- คุณหมอทดลองนำฟันซี่ที่ถูกถอนมาไปฝังลงในหนังของกระต่าย หลังจากนั้นไม่นานกระต่ายก็เริ่มเป็นข้ออักเสบชนิดเดียวกับคนไข้ และตายในที่สุด 


- Dr.Price ได้ทำการทดลองแบบนี้กับคนไข้หลายๆคนที่เป็นโรคเรื้อรังแล้วพบว่าอาการของคนไข้ส่วนใหญ่ดีขึ้นหลังจากฟันซี่ที่ติดเชื้อถูกถอนไป และยังพบอีกว่ากระต่ายมักจะเป็นโรคชนิดเดียวกับคนไข้ เช่น ถ้าคนไข้เป็นโรคไต กระต่ายก็จะเป็นโรคไต ถ้าคนไข้มีปัญหาที่ตา ตาของกระต่ายก็จะติดเชื้อ เป็นต้น


- นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าสุขภาพช่องปากมีความสำพันธุ์กับสุขภาพร่างกาย

- อย่าเข้าใจผิดนะครับผมไม่ได้บอกให้คุณไปถอนฟันเพื่อรักษาโรค

- คุณสามารถอ่านผลงานวิจัยของ Dr.Price ได้ในหนังสือ Dental infections, Oral and Systemic, Volume  1 and Dental disinfection and the degenerative disease volume 2

ทำไมโรคถึงหายหรือทุเราลงหลังจากฟันซี่ที่ติดเชื้อถูกถอน?


- คำถามนี้สามารถอธิบายได้จาก ทฤษฎี โฟเคิ้ลอินเฟคชั่น (The Focal infection theory of disease)
 
- ทฤษฎีนี้กล่าวว่า  “ การติดเชื้อในช่องปากนั้นมีผลกระทบต่อสุขภาพกาย ”

- ในช่องปากของคนเรานั้นเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตชนิดเล็กๆ (จุลินทรีย์) จำนวนมากมาย มีทั้งจุลินทรีย์ชนิดที่ไม่เป็นอันตรายและชนิดก่อโรค 


- เจ้าจุลินทรีย์เหล่านี้ ถ้าอาศัยอยู่ในปากอย่างเดียวจะไม่ค่อยก่อปัญหาให้กับเราเท่าไร แต่เมื่อไรที่มันเข้าไปสู่ร่างกายของเราแล้วหละก็ ไม่ว่าจุลินทรีย์ชนิดนั้นจะเป็นจุลินทรีย์ชนิดก่อโรคหรือไม่ก็ตาม มันสามารถเข้าไปทำร้ายร่างกายของเราได้ครับ

จุลินทรีย์ในช่องปากเข้าไปทำอันตรายต่ออวัยวะต่างๆได้อย่างไร?


เส้นทางที่เจ้าจุลินทรีย์จากช่องปากเข้าไปในร่างกายของเรานั้นมี 2 เส้นทางหลักครับคือ

 1. ติดไปกับอาหาร น้ำ และ น้ำลาย
 2. เข้าทางกระแสเลือด

เส้นทางแรกเป็นเส้นทางที่ทุกคนคงจะรู้ดีอยู่แล้ว เลยจะขออธิบายเส้นทางที่ 2 ครับ

ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักโครงสร้างของฟัน

ดูแลสุขภาพปาก

Redraw from [2]

- ฟันแต่ละซี่แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ตัวฟัน (crown), คอฟัน (neck) และ รากฟัน (root)
- ผิวของตัวฟันเคลือบด้วยเคลือบฟัน (enamel) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่แข็งที่สุดในร่างกาย
- ใต้ชั้นเคลือบฟันคือชั้นหนาของเนื้อฟัน เป็นเนื้อเยื่อที่แข็งน้อยกว่า ตรงกลางเนื้อฟันมีลักษณะเป็นโพรง เรียกว่า โพรงฟัน (Pulp)



★★ ภายในโพรงฟันมีหลอดเลือดและเส้นประสาททอดเข้าสู่รากฟัน นอกจากในโพรงฟันจะเต็มไปด้วยเส้นเลือดแล้ว

ใต้เหงือกก็ยังเต็มไปด้วยเส้นเลือด ซึ่งเส้นเลือดเหล่านี้เชื่อมโยงไปยังทุกอวัยวะของร่างกาย ★★


ออยล์พูลลิ่ง Oil pulling

Redraw from [2]

- สมมุติว่าเกิดบาดแผลขึ้นที่เหงือก จุลินทรีย์จะสามารถเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางแผล เมื่อจุลินทรีย์เข้าสู่กระแสเลือดแล้วมันสามารถไปยังอวัยวะใดก็ได้ในร่างกาย เช่น หัวใจ ปอด ตับ เป็นต้น แล้วมีโอกาสไปทำอันตรายต่ออวัยวะต่างๆได้

- เช่น ถ้าจุลินทรีย์ที่หลุดเข้าไป เป็นจุลินทรีย์ที่ชอบออกซิเจน มันก็จะพยายามไปหาอวัยวะที่มีออกซิเจนสูง เช่นปอด ถ้ามันสามารถรอดไปยังปอดได้ (ไม่ถูกทำลายโดยระบบภูมิคุ้มกัน) มันก็จะเข้าไปอาศัยอยู่ที่ปอดแล้วก็มีโอกาสทำให้ปอดติดเชื้อเป็นต้น

 จากตัวอย่างดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า โรคที่คุณเป็นอาจจะมีสาเหตุมาจากช่องปากก็ได้



- ไม่ใช่แค่แผลในช่องปากเท่านั้นที่เป็นประตูของจุลินทรีย์สู่กระแสเลือด โรคฟันและโรคเหงือกต่างๆ รวมถึงการดูแลฟันที่ผิดวิธี เช่นแปรงฟันแรงๆจนเลือดไหลก็เป็นสาเหตุที่ทำให้จุลินทรีย์หลุดเข้าไปในกระแสเลือดได้เหมือนกันครับ

โรคฟันผุ

Redraw from [2]

- คือการที่เนื้อเยื่อแข็งของฟันถูกทำลาย เริ่มจากการเกิดรูที่เคลือบฟัน แล้วลุกลามเข้าไปถึงเนื้อฟันและโพรงฟัน

- ปัจจัยที่ทำให้เกิดฟันผุคือ การที่แบคทีเรียในช่องปากหลั่งกรดออกมากัดกร่อนเคลือบฟัน โดยอาหารของแบคทีเรียคือ แป้งและ น้ำตาล  ถ้าฟันถูกทำลายไปจนถึงโพรงฟัน ฟันซี่นั้นจะเป็นประตูของจุลินทรีย์สู่ร่างกายของเราผ่านทางกระแสเลือดใน โพรงฟัน

 


อะไรอาศัยอยู่ในปากของเรา

- ปากของมนุษย์นั้นเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ชนิดต่างๆมากมาย เช่น ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และ โปรโตซัว สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะอาศัยอยู่ในที่ที่มันชอบ เช่น บางชนิดชอบอาศัยอยู่ที่ฟัน บางชนิดชอบอาศัยอยู่บนเพดานปาก บางชนิดชอบอยู่ในช่องว่างระหว่างเหงือก หรือ บางชนิดชอบอาศัยอยู่บนลิ้น เป็นต้น

ออยล์พูลลิ่ง Oil pulling

- โดยชนิดของแบคทีเรียในปากของแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกันเพราะ สิ่งแวดล้อมภายในปากของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน สิ่งแวดล้อมในปากของคนนั้นจะขึ้นอยู่กับ อาหาร เพศ อารมณ์ และ สุขภาพ เป็นต้น ปัจจัยหลักที่ควบคุมสิ่งแวดล้อมของจุลินทรีย์ในช่องปาก คือ อาหาร


- การทำความสะอาดปากอย่างเดียวไม่ว่าจะดีแค่ไหนชนิดของจุลินทรีย์ก็จะไม่เปลี่ยนไปมากถ้าไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งเเวดล้อมที่มันอาศัย (อาหารที่กิน)

จุลินทรีย์ในปากมีทั้งชนิดที่เป็นประโยชน์และชนิดก่อโรค

 Streptococcus Mutans หนึ่งในจุลินทรีย์ชนิดก่อโรค

- จุลินทรีย์ชนิดนี้กินน้ำตาลเป็นอาหารแล้วเปลี่ยนเป็นกรดซึ่งไปกัดกร่อนฟันแล้วทำให้เกิดฟันผุ นี่คือเหตุผลที่คนกินของหวานมากๆฟันจะผุ คนที่ทานแป้งขัดขาวกับน้ำตาลที่มากเกินจะทำให้  Streptococcus Mutans ขยายจำนวนมากในปาก คนที่เป็นเบาหวานจะมีปริมาณน้ำตาลในน้ำลายมากกว่าคนปรกติซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะแก่การเติบโตของS.Mutans ทำให้มีโอกาสฟันผุมากกว่าคนปรกติ

จุลินทรีย์

- จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่าการดูแลรักษาช่องปากนั้นสำคัญขนาดไหน ดังนั้น คุณควรจะไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟัน ขูดหินปูน และ ดูแลสุขภาพช่องปากของคุณให้ดี

 

วิธีการดูแลสุขภาพปากเบื้องต้น


- ตอนนี้เราทราบแล้วว่าสุขภาพช่องปากนั้นมีความสำคัญขนาดไหน ถ้าเราดูแลปากของเราไม่ดีเท่ากับเรากำลัง เปิดประตูให้เชื้อโรควิ่งเข้าสู่และไปทำลายอวัยวะของเรา การแปลงฟันสามารถทำความสะอาดได้แค่60%ของช่องปากของเราเท่านั้น วันนี้ผมจะนำเสนอวิธีการดูแลสุขภาพปาก ที่ประหยัด มีประสิทธิภาพสูง และค่อนข้างปลอดภัย ซึ่งก็คือ การทำ Oil pulling นั่นเอง อย่างไรก็ตามการไปตรวจฟันกับทันตแพทย์ และการขูดหินปูนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

ออยล์พูลลิ่ง Oil pulling

 

ออยล์พูลลิ่ง (Oil pulling)

- ออยล์พูลลิ่ง (Oil pulling) หรือการกลั้วน้ำมันในปาก เป็นศาสตร์การรักษาสุขภาพที่มีมามาตั้งแต่โบราณ (Chraka Samhita and Sushrutha’s Arthashastra) ชาวอินเดียได้ค้นพบว่า การทำออยล์พูลลิ่ง นอกจากจะช่วย ดับกลิ่นปาก รักษาฟัน เหงือกอักเสพ แล้ว ยังสามารถรักษาอาการของโรคเรื้องรังต่างๆได้ เช่น ปวดหัว ปวดเข่า เบาหวาน ๆลๆ

ดูแลสุขภาพช่องปาก

ทำไม ออยล์พูลลิ่ง ถึงรักษาหรือทุเราโรคได้?

    จริงๆแล้ว ออยล์พูลลิ่ง ไม่ได้รักษาโรคที่คุณเป็น แต่ร่างกายของคุณต่างหากที่รักษาตัวเอง โดยออยล์พูลลิ่ง นั้น เป็นตัวช่วยให้ร่างกายคุณมีแรงในการรักษาตัวเอง สิ่งที่ออยล์พูลลิ่ง ช่วยคือ 1. ลดระดับสารพิษ(เชื้อโรค)ที่เข้าสู่ร่างกาย 2. ทำให้ลมปราณไหลเวียนดีขึ้นและกระตุ้นอวัยวะต่างๆให้ทำงานดีขึ้น

1. ออยล์พูลลิ่ง   (Oil pulling) ช่วยลดระดับสารพิษให้เขาสู่ร่างกายน้อยลง


    ช่องปากของคนเรานั้นเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ชนิดต่างๆมากมาย เจ้าจุลินทรีย์เหล่านี้สามารถเข้าไปทำอันตรายอวัยวะต่างๆผ่านทางช่องปากของเราทำให้ระบบภูมิคุ้มกันต้องเสียแรงมหาศาลในการต่อสู้กับเชื้อโรคเหล่านี้ ออยพูลลิ่ง สามารถฆ่าจุลินทรีย์ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเเบคทีเลียในช่องปากแต่ละเซลล์จะปกคลุมด้วยเนื้อเยื่อที่เป็นไขมัน เวลาทำออยล์พูลลิ่ง น้ำมันจะเข้าไปรวมตัวกับเนื้อเยื่อที่เป็นไขมันของแบคทีเลีย แล้วเจ้าแบคทีเลียเหล่านั้นจะถูกดูดออกมาจาก ฟัน  เหงือก เพดานปาก ลิ้น ๆลๆ ถูกจับมารวมอยู่ในน้ำมัน ทำให้น้ำมันนั้นเต็มไปด้วยเชื้อโรค ดังนั้นจึงไม่ควรกลืนน้ำมันที่ทำออยล์พูลลิ่ง หลังจากที่เชื้อโรคถูกกำจัดออกไปแล้ว จำนวนเชื้อโรคที่เข้าไปในร่างกายของเราก็จะลดลงทำให้ร่างกายไม่สูญเสียแรงในการฆ่าเชื้อโรคที่หลุดรอดเข้าไปในร่างกาย ร่างกายก็จะมีแรงในการรักษาตัวเองมากขึ้น

ออยล์พูลลิ่ง เชื้อจุลินทรีย์

2. ออยล์พูลลิ่ง (Oil pulling) ช่วยให้ลมปราณไหลเวียนดีขึ้น และ กระตุ้นอวัยวะต่างๆให้ทำงานดีขึ้น

     ตามทฤษฎีของแพทย์แผนจีน บริเวณ ปากและในช่องปาก นั้นเป็นจุดรวมของเส้นลมปราณของอวัยวะต่างๆ เส้นลมปราณ คือเส้นที่พลังชีวิตไหลเวียน ถ้าเส้นลมปราณไหลเวียนไม่สะดวก การทำงานของอวัยวะต่างๆก็จะไม่ดี การฟังเข็ม โยคะ และชี่กง เป็นศาสตร์ที่ช่วยให้ลมปราณไหลเวียนได้ดีขึ้น นี่คือเหตุผลที่คนสุขภาพดีขึ้นหลังจากเล่นโยคะ หรือ ถูฟังเข็ม  การทำออย พูลลิ่ง (ดูด ดัน กลั้ว น้ำมันในปากซึ่งเป็นจุดรวมของเส้นลมปราณ) สามารถกระตุ้นให้ลมปราณไหลเวียนได้ดีขึ้น ผมเองตื่นเช้ามาตอนเช้าเส้นขาจะตึง หลังจากทำ ออย พูลลิ่ง พบว่า เส้นขาที่ตึงนั้นคลายตัวลงสามารถก้มแตะพื้นได้ การทำออย พูลลิ่งสามารถการกระตุ้นการทำงานของทุกอวัยวะจากทางปาก

 

วิธีทำ ออยล์พูลลิ่ง


- ใช้น้ำมันประมาณ 1 ช้อนชา - 1 ช้อนโต๊ะ
สามารถใช้น้ำมันพืชอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องสกัดเย็น เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันงา น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าว ๆลๆ น้ำมันชนิดไหนถ้าใช้แล้วไม่สบายปากก็ให้ลองเปลี่ยนไปเป็นน้ำมันชนิดอื่นดูครับ

- นำน้ำมันใส่ปาก อม กลั้ว ดูด ให้ทั้วๆ ทุกบริเวณปาก เป็นระยะเวลา 10-30 นาที


- ทำเวลาใดก็ได้ แต่ถ้าทำตอนท้องว่างหรือก่อนอาหารจะดีมาก(หลังตื่นนอนตอนเช้าดีที่สุด) เพราะจำนวนจุลินทรีย์ในปากก่อนทานอาหารจะมีมากส่วนจำนวนจุลินทรีย์ในปากหลังอาหารจะน้อยเพราะจุลินทรีย์จะติดไปกับอาหารที่คุณกิน


- ทำวันละ 1-3 ครั้ง แล้วแต่คน ถ้าผู้ใดทำแล้วมีอาการ ขับของเสียมากเกินไปก็ควรลดจำนวนลงครับ

- ไม่ควรทำหลังทานอาหารอิ่มใหม่ๆ ควรเว้นอย่างน้อย 1 ชม


ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงจำนวนแบคทีเลียในช่องปาก ของแต่ละช่วงเวลา

ตอนเช้าหลังตื่นนอนจะมากสุด สังเกตุว่าหลังทานข้าวจำนวนแบคทีเรียจะลดลงเพราะเรากลืนลงไปพร้อมกับอาหาร [3]

 

หวังผลอะไรได้บ้างจากการทำออยล์พูลลิ่ง


- สุขภาพช่องปากดีขึ้น เช่น กลิ่นปากลดลง เหงือกและฟันสุขภาพดีขึ้น


- การรักษาตัวเองของร่างกาย


     หลังจากทำออย พูลลิ่ง ร่างกายจะมีแรงในการรักษาตัวเองมากขึ้น ร่างกายจะเริ่มขับของเสียมากขึ้น ในช่วงที่ร่างกายขับของเสียมากกว่าปรกติ (Healing crisis, วิกฤติบำบัด,ดีท๊อก) คุณอาจจะมีอาการขับของเสีย เช่น ตัวเหม็น สิวขึ้น เหนื่อย ง่วงนอน เพลีย ปวดหัว ปวดเข่า ไข้ขึ้น มีเสมหะ หรือ น้ำมูกมากกว่าปรกติ เจ็บคอ หรืออาการเก่าๆที่คุณเคยเป็น ๆลๆ

     ถ้ามีอาการเหล่านี้สิ่งที่คุณควรทำ คือ ช่วยให้ร่างกายขับสารพิษได้ดีขึ้น และ นอนหลับให้เพียงพอ แต่สิ่งที่ไม่ควรทำคือ ทานยาเคมี เพราะมันจะไปหยุดระบบการรักษาตัวเองของร่างกาย ถ้ายิ่ง ออยพูลลิ่งเยาะ อาการขับของเสียอาจจะรุนแรกขึ้น ขึ้นอยู่กับสุขภาพองค์รวมและความพร้อมของร่างกายของแต่ละคน ถ้าอาการมันรุนแรงมากควรจะลดจำนวนลงครั้งลงเพื่อให้ร่างกายสามารถทนกับอาการขับของเสียเหล่านั้นได้(ค่อยเป็นค่อยไป) อาการขับของเสียจะค่อยๆน้อยลงหลังจากที่สารพิษได้ถูกขับออกจากร่างกายเยาะแล้วครับ

 

ประสบการ์ณของผู้ทำออยล์พูลลิ่ง (oil pulling) และงานวิจัย


มีผลสำรวจของประสบการ์ณของผู้ทำออย พูลลิ่ง และงานวิจัยหลายอันผมจะยกตัวอย่าง 2 อัน

ผลสำรวจของหนังสือพิมพ์ Andhra Jyoti

- หนังสือพิมพ์ Andhra Jyoti ได้เขียนคอลัมน์เกี่ยวกับออยล์พูลลิ่งหลายปี เพื่อเก็บข้อมูลประสบการณ์ของผู้ทำออยล์พูลลิ่ง
- จากผลการสำรวจพบว่า 87% ของผู้ทำออยล์พูลลิ่ง (927คน)นั้นดีขึ้นหรือหายขาดจากโรคที่เป็น ส่วนอีก 11%(114คน)ไม่พบการเปลี่ยนแปลง
- โรคที่คน927คน นั้นดีขึ้นหรือหายขาด คือ
- อาการปวดหัว ปวดตัว ปวดคอ 758คน
- ภูมิแพ้ และ โรคทางเดินหายใจ    191 คน
- ปัญหาผิวหนัง เช่น คัน ผื่นคัน ๆลๆ    171 คน
- ปัญหาระบบย่อยอาหาร    155 คน
- ปวดข้อ และ ข้ออักเสบ    91 คน
- เบาหวาน    56 คน
- โรคริดสีดวงทวาร    27 คน
- ปัญหาฮอร์โมน    21 คน
- โรคอื่นๆ 72 คน
- ถึงแม้ว่าผลการสำรวจนี้จะไม่ได้ทำภายใต้งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์แต่ก็แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ ออยล์พูลลิ่ง

ผลงานวิจัยของ KLES Institute

- DR. H.V. Amith วิจัยเกี่ยวกับผลของออยล์พูลิ่ง ต่อ คราบหินปูน โรคเหงือกอักเสบ และ ความปลอดภัยขอการทำออยล์พูลิ่ง เขาได้ตีพิมพ์งานวิจัยของเขาใน the Journal of Oral Health and Community Dentistry[4].
- ในการวิจัยครั้งนี้ ตัวอย่างทั้งหมด 10 คน อายุอยู่ระหว่าง 19-21ปี ทั้ง10คนมีคราบหินปูน และเป็นโรคเหงือกอักเสบ ในระดับต่ำถึงปานกลาง ออยล์พูลลิ่ง ทั้งหมด 45 วัน ใช้ น้ำมันอกทานตะวัน ประมาณ 2-3 ช้อนชา ทำออยล์พูลลิ่ง 8-10 นาที

ผลวิจัย

- ไม่มีการบาดเจ็บในช่องปากจาการทำออยล์พูลลิ่ง
- คราบหินปูนนั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- รคเหงือกอักเสบลดลงกว่า 50%
นักวิจัยพบว่า ออยล์พูลลิ่ง สามารถลดจำนวน เชื้อS. Mutant ที่เป็นสาเหตุของโรคฟันผุและ คราบหินปูน. [5,6,7]

★★★★★★

การดูแลสุขภาพช่องปากเป็นสิ่งที่สำคัญ อย่าละเลยที่จะดูแลช่องปากของคุณ

ควรให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดฟัน และ พบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

ออยล์ พูลลิ่งเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการมีสุขภาพช่องปากที่แข็งแรง

★★★★★★

 

  อ้างอิง

1.Hughes,R.A.Focal infection revisited. Br J Rheumatol 1994;33;370-377


2. Fife, B. Oil Pulling Therapy: Detoxifying and Healing the Body Through Oral Cleansing, 2008


3.Slanetz, L.W. and Brown, E.A. Studies on the numbers of bacteria in the mouth and their reduction by the use of oral antiseptics. J Dent Res 1949:28:313-323


4.Amith, H.V., et al. Effect of oil pulling on plaque and gingivitis. JOHCD 2007;1:12-18.


5.Asokan,S .,et al. Effect of oil pulling on Streptococcus mutans count in plaque and saliva using Dentocult SM Strip mutans test:


6.Anand, T.D>, et al. Effect of oil-pulling on dental caries causing bacteria. African Journal of Microbiology Research 2008;2:63-66.


7. Asokan, S,, Et al. Effect of oil pulluing on Streptococcus mutans count in plaque and saliva using Dentocult SM Strip mutans test: A randomized, controlled, triple-blind study. JISPPD 2008;26:12-17.

Visitors: 88,215