ปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร โปรไบโอติก โพรไบโอติก

จุดประสงค์

1. เพื่อทำให้การย่อยและดูดซึมอาหารดีขึ้น
2. เพื่อเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (กว่า 80% ของภูมิคุ้มกันของร่างกายอยู่ที่ระบบย่อยอาหาร)
3. เพื่อลดสารพิษที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง และลดสารพิษที่ร่างกายได้รับจากภายนอก

ระบบนิเวศในลำไส้
    ในลำไส้ของคนเรานั้นมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆ(จุลินทรีย์) อาศัยอยู่มากมาย(จำนวนจุลินทรีย์ในร่างกายมีมากกว่าจำนวนเซลล์ในร่างกายเสียอีกและส่วนมาอาศัยอยู่ที่ลำไส้ใหญ่) จุลินทรีย์สามารถแบ่งออกเป็นสองชนิด คือ
1. จุลินทรีย์ชนิดดี (โปรไบโอติก, Probiotics)
2. จุลินทรีย์ชนิดไม่ดี

 

Note

     ในร่างกายของคนที่แข็งแรงนั้นจำนวนจุลินทรีย์ชนิดดีมากกว่าจำนวนจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีส่วนคนที่ป่วยจะกลับกันจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีจะมีมากกว่าชนิดดี

 หน้าที่ของจุลินทรีย์ชนิดดี (โปรไบโอติก)



- ช่วยย่อยและดูดซึมสารอาหาร ถ้าในลำไส้ไม่มีแบคทีเรียชนิดดี ร่างกายจะไม่สามารถย่อยสลายสารอาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ

- เปลี่ยนสารอาหารบางชนิดหรือสารพิษในร่างกายไปเป็น วิตามิน A, B1, B2, B3, B5, B6, B12, K , biotin กรดโฟลิค และกรดอะมิโนบางชนิด และกรดไขมันที่จำเป็นแก่ร่างกายในลำไส้

- ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุได้ดีขึ้น

- ช่วยป้องกันและทำลายสารพิษและสารเคมีบางชนิดที่ร่างกายได้รับเข้ามา เช่น, Bisphenol A (BPA)  ที่พบในขวดพลาสติก ,ยาฆ่าแมลง เช่น Coumaphos ,Diazinon, Parathion , และMethylparathion ๆลๆ ผ่านกระบวนการ ย่อยสลายให้สารพิษนั้นเปลี่ยนไปอยู่ในรูปที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย[2] และลดการดูดซึมสารนั้นเข้าสู่ร่างกาย[1][3]

- ควบคุมจำนวนของแบคทีเลียชนิดไม่ดีในลำไส้

- ช่วยเม็ดเลือดขาวในการต้อสู้เชื้อโรค

- ป้องกันภูมิแพ้  แบคทีเรียชนิดดีสอนให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สามารถแยกแยะว่าสารไหนเป็นสารก่อภูมิแพ้ และสารไหนเป็นสารพี่ปลอดภัยกับร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถตอบสนองได้อย่างถูกต้อง

- เพิ่มระดับภูมิคุ้มกัน ภูมิคุ้มกันของคนนั้นร้อยละ 80% อยู่ที่ลำไส้ แบคทีเรียชนิดดีเป็นตัวควบคุมระบบภูมิคุ้มกันในลำไส้

- ทำความสะอาดลำไส้ และ ช่วยให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น

- ฆ่าเชื้อรา ไวรัส และ ปรสิต

- ช่วยควบคุมละดับคอเลสเตอรอล

- สร้างกรดแลคติกเพื่อสร้างสมดุล Phในลำไส้

 ในทางตรงกันข้ามแบคทีเรียชนิดไม่ดี



- ปลี่ยนสารอาหารที่ดีที่เราทานเข้าไปเป็นสารพิษ เช่น เชื้อราตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า Candida albicans มันเปลี่ยนน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรต ไปเป็นแอลกอฮอล์(ไม่ต้องกินเหล้าเลยมันสร้างให้) และสารที่มีพิษต่อร่างกายกว่า 180 ชนิดซึ่งมีชื่อเรียกว่า mycotoxins
 
- สารพิษเหล่านี้จะไปทำร้ายเซลล์ต่างๆ ทำให้เกิดอาการปวดหัว,เพลีย,ทำร้ายระบบไทรอยด์ ,และทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุล ทำให้ภูมิคุ้มกันตก จนไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ ๆลๆ

- Candida และสารพิษที่มันสร้างขึ้น เป็นต้นเหตุของโรคต่างๆมากมายเช่น  ปวดหัว ผื่น ปวดข้อเข่า ปวดกล้ามเนื้อ ซึ่มเศร้า ไม่มีอารมณ์ทางเพศ ประจำเดือนมาไม่ปรกติ ภูมิแพ้ ปัญหาในการย่อยอาหาร ๆลๆ

 

ทำไมจำนวนจุลินทรีย์ที่ดีถึงลดลง ?

     นอกจากมนุษย์จะทำลายระบบนิเวศของโลกแล้ว  เรายังทำลายระบบนิเวศในร่างกายของเราอีกด้วย เช่น การทานยาปฏิชีวนะ ซึ่งไปฆ่าทั้งจุลินทรีย์ที่ดีและไม่ดี ๆลๆ ในสภาพร่างกายที่แข็งแรงนั้น ระบบภูมิคุ้มกันที่สูง และ โปรไบโอติกสามารถที่จะควบคุมจำนวนจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีได้ แต่พอเราไม่ดูแลสุขภาพองค์รวม เช่น

 

     - กินอาหารที่ไม่เหมอะสมกับร่างกายของตัวเอง

     - เครียด

     - ดื่มน้ำที่ไม่สะอาด

     - สูดดมอากาศที่มีแต่มลภาวะ

     - พักผ่อนไม่เพียงพอ

     - ทานยาเคมีในปริมาณมากโดยเฉพาะ ยาปฏิชีวนะ

     - ๆลๆ

ส่งผลให้ร่างกายเริ่มอ่อนแอลง ภูมิคุ้มกันก็เริ่มตก จุลินทรีย์ชนิดไม่ดีจะเริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้นและโปรไบโอติกจะเริ่มลดจำนวนลง

วิธีการทานอาหารปรับสมดุลระบบนิเวศในลำไส้

 
1. ดื่มน้ำอย่างถูกวิธี

2. ทานอาหารที่เหมอะสมกับร่างกายแต่ละคน

3. กินอาหารที่มีโปรไบโอติกเข้าไปเพื่อให้มันไปอาศัยอยู่ในลำไส้


     อาหารที่มีเชื้อโปรไบโอติกตามธรรมชาติ คือ อาหารที่ผ่านการหมัก Fermentation เช่น โยเกิร์ต ถั่วเน่า นัตโตะ กิมจิ น้ำหมักเอนไซม์ น้ำหมักผลไม้ ๆลๆ ในอาหารเหล่านี้นอกจากจะมีเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดีแล้วยังมีเอนไซม์ที่ผลิตจากเชื้อเหล่านั้นซึ่งเป็นประโยชน์กับร่างกายมาก


Note

     - การนำอาหารที่ผ่านการหมักไปผ่านความร้อนมีโอกาสที่เชื้อ โพรไบโอติกจะตาย และ เอนไซม์สลาย ดังนั้นควรจะทานโดยไม่ผ่านความร้อน

     - ควรเลือกซื้อชนิดที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์ (Pasteurization) เพราะการพาสเจอร์ไรส์จะฆ่าเชื้อโพรไบโอติก

 

อาหารที่ผ่านการหมัก (Fermented food) มี 2 แบบ

1.หมักด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดี

     การหมักด้วยวิธีนี้จะค่อนข้างปลอดภัยมีโอกาสที่จุลินทรีย์ชนิดก่อโรคเกิดขึ้นน้อย เช่น

การหมักโยเกริร์ตด้วยเชื้อ (Streptococcus thermophilus and Lactobacillus bulgaricus)

การหมักมิโสะด้วยเชื้อโคจิ

การหมักถั่วเน่าโดยการใช้หัวเชื้อ (Bacillus subtilis)


2. หมักตามธรรมชาติ

เช่น การหมักกิมจิด้วยเกลือ, การหมักถั่วเน่าตามธรรมชาติ ๆลๆ

การหมักด้วยวิธีนี้มีโอกาสที่เชื้อจุลินทรีย์ชนิดก่อโรคเกิดขึ้นมากกว่า

เช่น การหมักถั่วเน่าโดยการใช้หัวเชื้อ (Bacillus subtilis) จะมีโอกาสที่ผลิตภันท์จะปนเปื้อนด้วยจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีน้อยกว่าการหมักถั่วเน่าตามธรรมชาติ

     ดังนั้นควรจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่สะอาดเพราะในขบวนการหมักตามธรรมชาติจะมีทั้งจุลินทรีย์ชนิดดีและชนิดก่อโรค ถ้าทำไม่สะอาด หมักผิดวิธี หรือ ใช้วัตถุดิบไม่เหมาะสม มีโอกาสที่จำนวนจุลินทรย์ชนิดก่อโรคจะมากกว่า

★★ Special note ★★

การทานอาหารที่มีเชื้อโปรไบโอติกอย่างเดียว โดยที่ไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร และ ไม่ดูแลสุขภาพองค์รวม จะมีโอกาสที่เชื้อโพรไบโอติกอาศัยอยู่ลำไส้น้อย เปรียบเสมือนการปล่อยสัตว์เข้าป่าที่โดยไม่มีปัจจัยให้มันสามารถอาศัยอยู่รอดได้

 

อ้างอิง

[1] Effect of probiotics, Bifidobacterium breve and Lactobacillus casei, on bisphenol A exposure in rats. Biosci Biotechnol Biochem. 2008 Jun;72(6):1409-15. Epub 2008 Jun 7. PMID: 18540113

[2] Degradation of bisphenol A by Bacillus pumilus isolated from kimchi, a traditionally fermented food. Appl Biochem Biotechnol. 2007 Jan;136(1):39-51. PMID: 17416976

[3] Biodegradation of chlorpyrifos by lactic acid bacteria during kimchi fermentation. J Agric Food Chem. 2009 Mar 11;57(5):1882-9. PMID: 19199784

Visitors: 86,017