ธรรมชาติของจิต

ศึกษาธรรมชาติของจิตเพื่อลดความทุกข์

ธรรมชาติของจิต

- จิต มีหลายชื่อเรียก เช่น ผู้รู้ ตัวรู้ หรือ วิญญาณ

- จิต เป็นธาตุตามธรรมชาติตัวหนึ่ง ทำหน้าที่รับรู้สิ่งต่างๆ

เมื่อแบ่งสิ่งต่างๆ ออกเป็นกลุ่ม จิตจะวนรับรู้อยู่แค่ 4 ธรรมชาติ คือ

1. ร่างกาย รวมถึง ลมหายใจ (รูป)

2. ความคิดอดีต ความจำ (สัญญา)

3. ความรู้สึก (เวทนา)  ทั้งทางกาย และ ทางใจ เช่น

- ชอบ ไม่ชอบ เฉยๆ พอใจ ไม่พอใจ สุข ทุกข์ เสียใจ เศร้าหมอง ...
- สบายทางกาย ไม่สบาย ทางกาย ...

4. ความคิดอนาคต หรือ คิดปรุงแต่ง (สังขาร)


เพื่อความเข้าใจลองทำตามที่ผมบอก

1. หายใจเข้า หายใจออก พยายามไม่คิดอะไร รู้แต่ลมหายใจซักพัก
- ตอนนี้ จิต (วิญญาณ) หรือ ตัวรู้ ตั้งอยู่ที่ลมหายใจ (รูป)
- ลมหายใจเข้าออกไม่มีความรู้อะไร ตัวที่รู้ว่าหายใจเข้าหายใจออกคือ จิต

2.หลังจากรู้ลมไปซักพักลองคิดเรื่องอดีต เช่น นึกถึงอาหารมื้อเช้า, นึกถึงหน้าคนที่เราไม่ชอบ ๆลๆ
- ตอนที่นึกถึงอดีต จิต ตั้งอยู่ที่ ความจำได้หมายรู้ (สัญญา)


3. ต่อไปลองคิดว่าวันเสาร์ที่จะถึงจะไปเที่ยวไหน?
- ตอนที่นึกคิด จิต ตั้งอยู่ที่ความคิดปรุงแต่ง (สังขาร)

4. เวลาโดนเจ้านายด่า รู้สึกอย่างไร ?  ไม่พอใจ หรือ เฉยๆ
- ณตอนนั้น จิตตั้งอยู่ที่ความรู้สึก ( เวทนา)

5 เวลาไม่สบายกาย เช่น ปวดขาปวดหัว
- รู้สึกปวดเพราะจิตไปเกิดที่เวทนา แต่พอทำอะไรเพลินๆ เช่น ดูหนัง ออกกำลังกาย ๆลๆ จะลืมปวด
- ที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดไม่ใช่เพราะโรคทางกายหาย แต่ จิตไม่ไปรับรู้เท่านั้นเอง


ตอนนี้คงเข้าใจความหมายของคำว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร และ วิญญาณ มากขึ้นแล้วนะครับ

♫ ♬ ♪ ♩ ♭ ♪ ♫ ♬ ♪ ♩ ♭ ♪ ♫ ♬ ♪ ♩ ♭ ♪ ♫ ♬ ♪ ♩ ♭ ♪ ♫ ♬ ♪ ♩ ♭ ♪ ♫ ♬ ♪ ♩♫ ♬ ♪ ♩ ♭ ♪♪ ♩ ♭ ♪♪ ♩ ♭ ♪

- จิตจะรับรู้อยู่แค่ 4 ธรรมชาตินี้

- เหดียวก็ไปเกิดที่รูป ซักพักก็ไปรับรู้ความรู้สึก เหดียวก็ไปคิดนู่น คิดนี่

- ทั้ง 4 ธรรมชาตินี้ รวมถึง จิต เป็นของ ไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป เป็นธรรมดา

- คิดอดีตซักพัก ความคิดก็ดับไป คิดอนาคตซักพัก ความคิดก็ดับไป

- มีความสุขซักพัก ความสุขก็ดับไป มีความรู้สึกทุกข์ ซักพักก็ดับไป

- ไม่มีใครในโลกจะมีความสุข หรือ ทุกข์แช่ได้ทั้งวัน

- ความรู้สึกปวดหัวเกิดขึ้น แล้วก็หายไป เคยรู้สึกปวดหัวแช่ทั้งวันตลอดเวลาไหมครับ?
ไม่เคยใช่ไหมเพราะมันเป็นไปไม่ได้ ความรู้สึกจะเกิดๆ ดับๆ




ความรู้สึกสุขทุกข์ (เวทนา) และ ความอยาก (ตัณหา) เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

- ความรู้สึกสุขทุกข์ เป็นเพียงธรรมชาติตัวหนึ่งที่เกิดขึ้นเพราะมีธรรมชาติอีกตัวเกิดขึ้นมาก่อน คือ ผัสสะ (การมีสัมผัสมากระทบ)

- และเมื่อไรที่เวทนาเกิดขึ้น ธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นต่อมาคือ ความอยาก หรือ ความไม่อยาก (ตัณหา)

ตามกฏของธรรมชาติ 2 กฏ คือ อิทัปปัจจยตา และ ปฏิจจสมุปบาท ที่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้

 

ดังนี้

เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้ย่อมมี , เพราะความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น

(เมื่อผัสสะมี เวทนาย่อมมี, เพราะความเกิดขึ้นแห่งผัสสะ เวทนาจึงเกิดขึ้น)

(เมื่อเวทนามี ตัณหาย่อมมี, เพราะความเกิดขึ้นแห่งเวทนา ตัณหาจึงเกิดขึ้น)


ความรู้สึกสุขทุกข์ และ ความอยาก จะดับไปเมื่อธรรมชาติที่เกิดก่อนดับไป

เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ย่อมไม่มี ,เพราะความดับไปแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงดับไป

(เมื่อผัสสะไม่มี เวทนาย่อมไม่มี, เพราะความดับไปแห่งผัสสะ เวทนาจึงดับไป)

(เมื่อเวทนาไม่มี ตัณหาย่อมไม่มี, เพราะความดับไปแห่งเวทนา ตัณหาจึงดับไป)

การสัมผัส หรือ ผัสสะ มี 6 ทาง

1. ตา
2. หู
3. จมูก
4. ลิ้น
5. กาย
6. ใจ ( เช่น ความคิดอดีต คิดอนาคต คิดปรุงแต่ง)

องค์ประกอบของผัสสะ

- แต่ละการสัมผัส จะต้องมี 3 องค์ประกอบคือ

1.ปัจจัยภายใน

2. ปัจจัยภายนอก

3. วิญญาณเข้าไปรับรู้

เช่น

ผัสสะทางตา ประกอบด้วย

1.ตา 2.สิ่งที่เห็น 3. วิญญาณที่เข้าไปรับรู้ทางตา

ผัสสะทางหู ประกอบด้วย

1. หู 2. เสียง 3. วิญญาณทางหู

ผัสสะทางจมูก

1 .จมูก 2 กลิ่น 3 วิญญาณทางจมูก

และ อีก 3 ผัสสะก็เหมือนกัน

ตัวอย่าง

- เดินผ่านร้านกาแฟได้กลิ่นกาแฟรู้สึกหอม หลังจากรู้สึกหอมก็อยากที่จะกินกาแฟ

- จากนั้นสั่งกาแฟมาดื่มแต่รู้สึกไม่อร่อย พอรู้สึกไม่อร่อยก็ไม่อยากดื่มต่อ

- ไปทางานโดนเจ้านายด่า รู้สึกโกรธไม่พอใจ  ซักพัก ไปทำกิจกรรมอื่นๆ อารมณ์โกรธก็ดับไป เพราะผัสสะที่มากระทบ(เสียง)ดับไป

- พอเผลอไปคิดเรื่องที่ถูกว่ากล่าวอีก สัมผัสทางใจ (ความคิด) เกิด ก็รู้สึกโกรธอีก เป็นต้น เมื่อไรหยุดคิด ก็หายโกรธ

นี่คือกฎของธรรมชาติ




เมื่อเกิดความรู้สึกทุกข์จะแก้ไขอย่างไร ?


- การที่จะแก้ที่ต้นเหตุจริงๆจะต้องไปแก้ที่อวิชชา โดยการดำเนินตามมรรค 8 หรือ ใช้กำลังของสมถะ ในการดำเนินวิปัสสนา

- แต่คนธรรมดาอย่างเราๆกว่าจะสำเร็จถึงขั้นที่ละได้คงอีกนานมากๆ

- ดังนั้นแก้ที่ปลายเหตุก่อนโดยการ

★★ พยายามละความเพลินในผัสสะที่ทำให้ความทุกข์ ★★
( ยิ่งละความเพลินได้เร็วความรู้สึกทุกข์จะยิ่งดับเร็ว )




- เวลารู้สึกทุกข์ให้ดึงจิตมาอยู่ที่กาย เช่น การเดิน ยืน การเขียนหนังสือ ลมหายใจ  และ อิริยาบทต่างๆ
- และให้มองว่า ความรู้สึกสุขทุกข์ ความอยาก หรือ การสัมผัส เป็นเพียงธรรมชาติตัวหนึ่งที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะต้องเดินไปสู่ความดับ มันเป็นแค่ธรรมชาติตัวหนึ่งไม่ใช่ของเรา

- ทำกิจกรรมอย่างอื่น เช่น สวดมนต์ เดินจงกรม นั่งสมาธิ ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ๆลๆ

Note

- ผัสสะทางใจ (ความคิด) เป็นตัวที่ผมว่าก่อปัญหามากที่สุด เช่น

โดนด่าครั้งเดียว แต่มักกลับไปคิดเรื่องที่โดนด่าอีกเป็น 10 ครั้ง จะหยุดความทุกข์ได้ก็ต้องไม่คิด หรือ มองให้มันเป็นกลางว่าความคิดก็แค่ธรรมชาติตัวหนุ่งเดียวก็ดับไป

- การสวดมนต์ เดินจงกรม กายคตาสติ ชี่กงพลังจักรวาล และ นั่งสมาธิ เป็นตัวช่วยดับผัสสะทางใจที่ทำให้รู้สึกทุกข์ได้ดี

- บางครั้งที่มีการกระทบจิตใจรุนแรง เสียใจมากๆ เรามักจะเผลอคิดเรื่องนั้นซ้ำ ไม่หลุดจากมันซะที วิธีที่จะช่วยให้หายเร็วคือ การนั่งสมาธิบ่อยๆ และให้ผลของ ปิติ และ สุข ในฌานเป็นตัวช่วย


- ผัสสะที่ทำให้สุขด้วยก็ควรละเพราะ ความพอใจในสิ่งใด ถ้าสิ่งนั้นมีความเปลี่ยนแปลงหรือเสื่อมไปความทุกข์จะเกิดขึ้น แต่เบื้องต้นถ้ายังไม่อยากทำหรือทำไม่ได้ก็พยายามละผัสสะที่ทำให้ทุกข์ก่อน

Visitors: 78,514