หากคนเราเกิดเพราะกรรมเป็นเหตุ ไยเกิดมาแล้วจึงลืมหมดสิ้น?

หากคนเราเกิดเพราะกรรมเป็นเหตุ ไยเกิดมาแล้วจึงลืมหมดสิ้น?
"เคล็ดวิธีตีปัญหา" ฉบับที่ 9 โดย อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล



ถาม: กราบเรียนท่านอาจารย์ที่เคารพอย่างสูง ศิษย์มีความสงสัยว่า คนเราเกิดมามี "กรรม" แล้วเหตุใดเราจึงไม่สามารถรู้กรรมที่เราเคยกระทำไว้ในชาติก่อน ๆ ได้ตั้งแต่ตอนเกิดมา เพื่อที่จะได้รีบแก้ไขกรรมนั้นและไม่ต้องการกระทำผิดซ้ำอีก และเมื่อเรายินดีแก้ไข เราก็น่าจะเป็นผู้ที่มิได้ทำบาปเพิ่ม ชีวิตในชาติต่อไปก็จะไม่ต้องรับกรรมมาก

ตอบ: ที่คนเรารู้กรรมของตนไม่ได้ เพราะจิตสะสมข้อมูลการกระทำไว้ในฐานข้อมูลคือจิตสังขาร เก็บไว้จนล้นแล้วล้นอีก ทับซ้อนกันมาไม่รู้กี่ภพชาติ อย่าว่าแต่ชาติก่อนเลย แค่ในปัจจุบันชาติ เพียงชีวิตในปฐมวัยเรายังจำไม่ได้หมดเลยว่าทำอะไรไว้บ้าง

การกระทำแบ่งเป็นทางกาย วาจา ใจ เมื่อใดก็ตามที่เราได้กระทำทั้งสามอย่าง หรือแม้แต่เพียงอย่างเดียวคือความคิด การกระทำนั้นก็จะถูกบันทึกไว้ในจิตสังขารที่เป็นฐานข้อมูล และตัวที่จะจำการกระทำนั้นได้คือตัวสัญญา คือตัวความทรงจำ ต่อเมื่อมันเก็บไว้มากล้นก็จำไม่ได้ ก็เลยไม่รู้ว่าจะแก้ที่ตรงไหนหรือต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไร

หากอยากจะเตรียมรับมือวิบากกรรมให้ได้ ก็ต้องรื้อกองสังขารออกไปให้ว่างและโปร่งบ้าง จะได้มีจิตที่เบาบางลง ต้องฝึกจิตให้มีกระแสที่นิ่ง คือให้จิตมีกำลังสมาธิ แล้วพัฒนาไปสู่การฝึกมีสติ คือการรู้ และเพิ่มสัมปชัญญะเข้าไป คือการระลึกรู้ด้วยกำลังทั้งสมาธิ สติสัมปชัญญะ และรู้วางอุเบกขา อันเป็นการฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ก็จะทำให้จิตมีความคมและสามารถฝ่าดงสังขารเข้าไประลึกรู้กรรมได้

แต่ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้กรรมในอดีต ไม่สำคัญไปกว่าการทำปัจจุบันให้ดีโดยการรักษากายใจไม่ให้เบียดเบียนผู้ใด สวดมนต์ภาวนารักษาศีลทำกุศลทานโดยใจสละ ไม่ใช่ด้วยจิตโลภโมโทสัน มีสติรู้เท่าทันอกุศลจิตในปัจจุบันที่เกิดด้วยอำนาจกิเลส ไม่ปล่อยให้จิตคล้อยตาม รู้จักปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นในทุกข์และสุข

นี่สำคัญกว่า เพราะหากโดนวิบากกรรมถล่มมา จิตที่ฝึกไว้ดีแล้วก็จะรับมือได้โดยไม่คร่ำครวญ และด้วยปัจจุบันกรรมที่ทำเสริมอยู่เสมอก็จะเป็นเกราะคุ้มกันภัยให้อยู่รอดได้แม้ในวันที่ประสบเรื่องร้าย ๆ และแม้ในวันที่ชีวิตเฟื่องฟู ใจก็ไม่พองโตหลงเหลิงไปกับชีวิต จิตจะหนักแน่นมั่นคงได้แม้ในวันที่ทั้งสุขและทุกข์

Visitors: 116,671