งานวิจัยเห็ดทั้ง 6 สายพันธุ์ (ข้อมูลได้รับจากบริษัทไทยเฮลท์)

เห็ดจีซง

Agarieus blazel Murill

 

เห็ดจีซง มีชื่อทางวิชาการ คือ Agarieus blazel Murill มีชื่อเรียกอีกว่า เห็ดบราซิล หรือเห็ดพระอาทิตย์ มีแหล่งกำเนิดในอเมริกาใต้บราซิล ส่วนใหญ่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล ในเขตภูเขา Piedade นอกชานเมืองซาลเปาโล ในปี 1965 ชาวเชื้อสายญี่ปุ่นในถิ่นนั้นได้ส่งกลับญี่ปุ่นเพื่อทำการวิจัยและได้เข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นในเวลาต่อมา

สมาคมด้านการศึกษาโรคมะเร็งเปิดเผยว่า เห็ดบราซิลอุดมไปด้วยสารประกอบโปรตีนของน้ำตาลที่เกาะกลุ่มซ้อนกัน ( ex : ß – ( 1,6 ) – D – glucan ) , กรดอะมีโน , กรดไขมัน , ( ex : กรดน้ำมันลินิน ) , วิตะมิน ( ex : วิตะมิน B1 , B2 , กรดด่าง เป็นต้น ) , แร่ธาตุ ( ex : แคลเซียม , เหล็ก ,ทองแดง , แมกนีเซียม , โปแตสเซียม , สังกะสีเป็นต้น )และสารเซลลูโลส ( สารประกอบเคมีชิททิน เป็นต้น ) ที่เสริมสร้างร่างกายให้กระตุ้นการพลัดเซลล์ และการรักษาสาระสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกาย

ลักษณะพิเศษ

1.ต้านโรคเนื้องอก

ในญี่ปุ่น คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยโตเกียว , สถาบันวิจัยศูนย์กลางโรคมะเร็งแห่งชาติ , คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยซานจง , มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์โตเกียว ทั้งหมดได้ทำการทดลองกับหนูขาวแล้วพบว่าของเหลวที่สกัดจากเห็ดจากเห็ดจีซงที่ใช้กับหนูซึ่งฉีดเซลล์มะเร็งเข้าไปประมาณ 3 สัปดาห์ อัตราการถดถอยของมะเร็งสูงถึง 99.4% อัตราการรักษาสูงถึง 90.0% สูงกว่าเห็ดหลินจือ 20.0% นักวิชาท่านอื่น

( ศาสตราจารย์ชาวญี่ปุ่น อิชิดะ ) ก็เคยเปรียบเทียบกับเห็ดที่ใช้ในการรักษาหลายสิบชนิด ผลยืนยันว่าการรักษาของเห็ดจีซงได้ผลกว่าเห็ดชนิดอื่นมาก

ชื่อชนิดเห็ด

ปริมาณที่ใช้แต่ละวัน

อัตราการหายป่วย

อัตราต้านมะเร็ง

เห็ดจีซง

10mg

90.0%

99.4%

เห็ดสน

20mg

55.5%

91.3%

เห็ดหลิงจือ

30mg

20.0%

77.8%

ในหนังสือ เคมีวิทยา , เคมีชีววิทยาของชนิดเห็ด เขียนโดยศาสตราจารย์ สุ่ย เหย่จัว กล่าวว่า เห็ดจีซงสามารถทำให้เซลล์ปกติของสิ่งมีชีวิตมีความไวจต่อระบบภูมิคุ้มกันโรค อีกทั้งระงับการเกิด การเคลื่อนที่ และเกิดซ้ำของเซลล์มะเร็ง ดั้งนั้นจึงมีสรรพคุณในการต้านเนื้องอกที่โดดเด่น

2.การตื่นตัวของภูมิคุ้มกันโรค

สมาคมด้านการศึกษาโรคมะเร็งชี้แจงว่า เห็ดจีซงมีน้ำตาลที่เกาะซ้อนกันมากกว่าเห็ดชนิดอื่นที่บริโภค เช่น น้ำตาลกลูโคสรวม ß– ( 1,3 )น้ำตาลกลูโคสรวม ß - ( 1,6 ) น้ำตาลกลูโคสรวม a , น้ำตาลกลูโคสรวมกึ่งน้ำตาลในนม ß น้ำตาลกลูโคสโปรตีน , น้ำตาลกลูโคสรวมจากพืช เป็นต้น น้ำตาลที่เกาะกลุ่มซ้อนกันที่พิเศษชนิดนี้เป็นการบำรุงที่จำเป็นต่อเซลล์แบคทีเรียใหญ่ และการก่อสารแอนตี้บอดี้ โดยเสริมสร้างสมรรถนะเซลล์แบคทีเรียใหญ่ ต่อต้านผู้บุกรุกจากภายนอกอย่างรวดเร็ว ( ex : ไวรัสหรือเซลจากภายนอก ) และปรับระบบภูมิคุ้มกันคือเซลล์กำจัดเชื้อโรคทางธรรมชาติ ( NK cell ) , เซลล์แบคทีเรียใหญ่ ( macrophage ) , เซลล์ช่วย T ( Th – cell) , เซลล์ T กำกัดเชื้อโรค

( TK – cell ) , เซลล์ B ( B – cell ) เซลล์ LAK ( LAK – cell ) , ตัวเสริม ( Complement ) เป็นต้น การสร้างปฏิกิริยาเป็นดังภาพล่าง

 

3.ลดน้ำตาลในเลือด

สารบำรุงในเห็ดจีซงได้แก่ กรดอะมีโน , สารประกอบโปรตีน , สังกะสี เป็นต้น ช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์สร้างการทำงานทางกายภาพของตับอ่อนทั้งหมด (ปรับน้ำตาลในเลือด ) ,เสริมสร้างอินซูลินให้มีความสมดุลของน้ำตาลในเลือด

4. ช่วยผลัดเซลล์ไขมัน

เห็ดจีซงประกอบด้วย กากใยที่สมบูรณ์และกรดไขมันอิ่มตัว ช่วยปรับไขมันในเส้นเลือด , ความดันโลหิต มีผลดีต่อร่างกายของผู้ที่เป็นโรคเส้นโลหิตใหญ่แข็งแรง

*เหมาะสำหรับ

1. ผู้ป่วยเนื้องอกหรือผู้ที่ครอบครัวมีประวัติโรคมะเร็ง

2. ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ

3. ผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดสูง , ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

4. ใช้การบำรุงรักษาเป็นประจำสำหรับผู้ที่ไขมันในเลือดมีแนวโน้มสูง, ผู้ที่ไขมันในเลือดสูง , โรคหลอดเลือดหัวใจ

 


เห็ดซางหวง

Phellinus lgniarius

 

ซางหวง ชื่อทางวิชาการ Phellinus lgniarius เป็นเห็ดที่เกิดตามช่องรูของไม้ เรียกว่าเห็ด ซางหวง แต่ละปีจะเติบโตอย่างช้าๆ ใช้เวลาหลายปี ซางหวงจะอาศัยเติบโตบนต้นหม่อนเท่านั้น รูปร่างเหมือนส่วนที่งอกออกเป็นสีดำแข็ง เหมือนกับกิ่งไม่ที่เปลี่ยนแปลงรูปร่าง สังเกตได้ว่าข้างนอกเป็นสีดำ ข้างในเป็นสีเหลืองสด

 

ที่ประเทศจีน ตั้งแต่โบราณซางหวงเป็นยาที่มีชื่อเสียงในการขับปัสสาวะ บำรุงกระเพาะ แก้ท้องเสีย แต่ว่าซางหวงที่เกิดมาในป่าหายากมาก ช่วงที่เทคนิคการเพาะเลี้ยง โดยคนยังไม่สำเร็จเร็วจึงไม่ได้วิจัย ผลิตในเชิงพาณิชย์ในจำนวนมาก แต่หลายปีที่ผ่านมาซางหวงได้รับความสนใจทางสรรพคุณในการรักษามะเร็งอย่างได้ผล ยับยั้งเนื้องอก และโรคภูมิแพ้ได้ดีกว่าเห็ด สมุนไพรที่นิยมทั่วไปในท้องตลาด สามารถลดผลข้างเคียงจากยาต้านมะเร็งอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมอนุมูลอิสระให้อยู่ในระดับที่ต่ำสุด รัฐบาลเกาหลีได้อนุมัติซางหวงให้เป็นยาต้านมะเร็งอย่างเป็นทางการ ญี่ปุ่นยกย่องซางหวงเป็นยาต้านมะเร็งดาวเด่นในปัจจุบัน ด้วยสรรพคุณยับยั้งเนื้องอก สร้างภูมิคุ้มกันโรค ต้านอ๊อกซิไดซ์ ซางหวงจึงกลายเป็นดาวเด่นในอนาคตของวงการอาหารสุขภาพของไต้หวันอย่างแน่นอน

*ลักษณะพิเศษ

1. ยับยั้งเนื้องอก ลดผลค้างเคียงจากยาต้านมะเร็ง

ในปี 1960 ซางหวง ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเห็ดสมุนไพรที่ต่อต้านมะเร็งได้ดีที่สุด มีอัตราควบคุมเนื้องอกถึง 96.7% ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงก็อาจเกิดเซลล์มะเร็งได้ ในระยะแรก เซลล์แบคทีเรียใหญ่ในเลือดจะช่วยกลืนเซลล์มะเร็งได้ แค่เมื่อเซลล์แบคทีเรียใหญ่อ่อนแอลง การเกิดโรคมะเร็งจะเป็นไปได้สูง พิสูจน์โดยการทดลอง ในตัวหมูที่ฉีดซางหวงเข้าไป เซลล์แบคทีเรียใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าของที่ไม่ได้ฉีด ดังนั้นจึงยกระดับการต่อต้านมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในระหว่างการรักษาเนื้องอก ยาต้านมะเร็งกำจัดเซลล์มะเร็ง และทำลายเซลล์ที่สมบูรณ์ไปในขณะเดียวกันด้วย ทำให้มีผลข้างเคียงคือภูมคุ้มกันถดถอย ผู้ป่วยทานอาหารไม่ได้ ไม่มีแรง อยากอาเจียน ทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ แม้ว่าซางหวงจะรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งไม่ได้ทั้งหมด แต่ช่วยลดผลข้างเคียงจากยาต้านมะเร็งทุกด้าน ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ยกระดับผลการรักษา กล่าวถึงผู้ป่วยและครอบครัว เป็นเห็ดสมุนไพรที่มีคุณค่ามากทีเดียว

ซางหวงมีส่วนประกอบที่ยับยั้งมะเร็งอย่างดีนอกเหนือจากน้ำตาลที่เกาะกลุ่มซ้อนกันที่มีในเห็ดสมุนไพรทั่วๆ ไปซึ่งนักวิทยาศาสตร์กำลังวิจัยอย่างกระตือรือร้น การรักษาโรคมะเร็งจากซางหวงที่ได้ผลรวมถึงโรคเม็ดเลือดขาวกินเม็ดเลือดแดง มะเร็งรังไข่ , มะเร็งปอด , มะเร็งลำไส้ , มะเร็งตับ , มะเร็งโพงจมูก , มะเร็งทางเดินอาหาร เป็นต้น สำหรับการลดผลข้างเคียงได้ทั่วทุกด้าน

2. การเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรค

มนุษย์ใช้ผิวหนังไว้ปกป้อง เมื่อสิ่งภายนอกบุกรุกเข้ามา ร่างกายจะถือเป็นข้าศึกโดยใช้มาตรการปกป้องแบบอัตโนมัติระบบภูมิคุ้มกันเป็นกองทัพต่อต้านข้าศึกที่สำคัญในร่างกายมนุษย์ ถ้าไม่มีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ก็ไม่สามารถรักษาสุขภาพให้แข็งแรงได้ ซางหวงทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันของระบบน้ำเหลืองทำงานได้เต็มที่ ทำให้ความไวของเซลล์แบคทีเรียใหญ่และเซลล์ NK สูงขึ้น เซลล์ T ทำงานอย่างเป็นปกติเพื่อเสริมสร้างความไวของภูมิคุ้มกันในร่างกาย

สาขาแพทย์ศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮั่นเฉิงทำการปลูกถ่ายเนื้องอกมะเร็ง

( Sarcoma -180 ) ใต้ผิวหนังของสัตว์และสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายสัตว์ที่ฉีด ซางหวงกับสัตว์ที่ไม่ได้ฉีดใน 5 วัน ผลปรากฎว่าในสัตว์ที่ฉีดซางหวงมีเซลล์แบคทีเรียใหญ่เป็น 5 เท่าของสัตว์ที่ไม่ได้ฉีด และมีการเพิ่มความไว และจำนวนเ.ซลล์ T ซึ่งสามารถแยกแยะข้าศึกภายนอกได้ สามารถลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งได้ มหาวิทยาลัยจงหนาน เกาหลีก็ได้วิจัยการปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกันของซางหวงผลตรงกับมหาวิทยาลัย ฮันเฉิงคือ เซลล์แบคทีเรียใหญ่ของม้ามและความไวของเซลล์ B เพิ่มขึ้นอย่างเห็ดได้ชัด ปฏิกิริยาของแอนตี้บอดี้เพิ่มขึ้น 129 เท่าของตามปกติความในการสร้างเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น 3.3 เท่ายืนยันว่ามีผลป้องกันมะเร็ง

3. เสริมอ๊อกซิไดซ์ กำจัดอนุมูลอิสระ

อนุมูลอิสระเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดโรคมะเร็ง ไม่เพียงแต่มาจากภายนอกร่างกายเท่านั้น ยังเกิดภานในร่าง