What’s Master’s Teaching: ทุกสิ่งคือสะพาน โดยคุณกันยา ยาเณร

ทุกสิ่งคือสะพาน โดยคุณกันยา ยาเณร


เมื่อเพื่อนของฉันคนหนึ่งเริ่มสนใจการปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง เธอเคยถามฉันด้วยความกังวลใจว่า ถ้าใครคิดตั้งใจปฏิบัติธรรม มันจะยิ่งเร่งให้เจอกรรมวิบากหรือเปล่า ประโยคนี้อาจตรงกับความรู้สึกในใจของใครหลายคนตอนนี้ว่า ทำไมยิ่งปฏิบัติธรรมแล้ว กลับต้องพบกับเรื่องต่างๆ หรือ เผชิญกับปัญหามากกว่าก่อนที่ยังไม่ได้สนใจทางธรรมเสียอีก ทั้งที่คิดว่าเมื่อได้เข้ามาสู่ทางธรรม ได้ปฏิบัติภาวนาแล้ว จะทำให้ชีวิตมีความราบรื่น ไม่ต้องพบกับปัญหา โดยเฉพาะเมื่อต้องพบกับคนที่ทำให้เราทุกข์ใจ ช้ำใจ คิดว่าตอนนี้เราทำดีแล้ว น่าจะพบกับสิ่งที่ดีไม่ใช่หรือ
..
ท่านอาจารย์เมตตาสอนว่า “ใครที่มีวาสนาต่อการหลุดพ้น เมื่อปฏิบัติวิปัสสนาแล้ว เงื่อนงำใดๆ จะผุดโผล่ขึ้นมาเพื่อให้จิตเคลียร์เครื่องผูกใจให้จบ อย่าคิดว่าเมื่อออกภาวนาแล้วทำไมฉันต้องมาเจอกับคนๆนี้ที่เห็นหน้าแล้ว รู้สึกไม่ชอบใจหรือรักสุดใจ หรือมีคนกระทำให้เจ็บช้ำน้ำใจเหลือแสน ทั้งๆที่เป็นนักภาวนาด้วยกัน ทั้งสองขั้วนี้คือการมาเจอเพื่อมาชำระหนี้สะสางต่อกัน เพราะหากไม่จบมันไม่มีที่ลง ไม่มีเครื่องถอดรหัส ก็จะติดค้างข้ามภพอยู่เช่นนี้ ขอให้จำคำสอนนี้ไว้ให้ขึ้นใจ อย่าคิดเข้าข้างตัวเองว่าเมื่อภาวนาแล้วจะเจอแต่กัลยาณมิตร เจอ"อมิตร"ได้ก็ยิ่งดี เพราะเขาคือสะพานให้เราข้ามพ้นไป..”
หากที่สุดของความปรารถนาคือความไม่เกิด ไม่ต้องหวนคืนมาในโลกนี้อีก เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะดีหรือร้าย ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อให้เราได้ “ชดใช้” หรือ “สะสาง” เรื่องเก่า เพราะหากไม่มีเหตุแห่งกรรม เราคงไม่ต้องมาพบกัน หากอีกฝ่ายจบลงได้ด้วยความไม่ติดใจหรือติดค้างใจกันแล้ว ก็หมดผลที่จะผูกผันให้ต้องกลับมาชดใช้ให้กันอีก แต่ถ้าอีกฝ่ายยังผูกใจด้วยความยึดมั่นในอารมณ์โกรธ ความไม่พอใจ เขาได้สร้างเครื่องผูกจิตข้ามภพให้ต่อเนื่องไปอีก..ไม่คุ้มเลยที่ต้องแลกกับการจองจำตนเองชั่วกาลปาวสาน..
..
ท่านอาจารย์ได้สอนอีกว่า “เมื่อยังต้องมีกายอยู่ จงใช้กายนี้เป็นสะพานพาข้ามพ้น อย่าพาจิตให้ติดจมเพิ่มน้ำหนักสังขารให้หนักยิ่ง สำหรับเวไนยสัตว์ผู้มีวาสนาหลุดพ้น เราได้กายเนื้อมนุษย์เพื่อเคลียร์รหัสกรรมและความติดใจและติดค้างใจไม่ว่าจะเป็นกับผู้ที่รัก ผู้ที่ชิงชัง กับคู่อริ หรือคู่ที่เกื้อกูลข้ามภพ ท้ายที่สุด เงื่อนงำที่มีต่อกันต้องถูกชำระให้จบสิ้นไม่ให้เหลือเครื่องผูกใจอันใดอีก สำหรับคู่อริ ก็ต้องจบด้วยความเมตตาและเกื้อกูล สำหรับคู่รักคู่กัลยาณมิตรก็ต้องปิดเกมภพชาติด้วยการตัดความอาลัย...”
..
หากเรายังต้องเวียนกลับมาเกิดอยู่เช่นนี้ ไม่ว่าวันใดวันหนึ่ง เราย่อมต้องรับสิ่งที่เราได้สร้างไว้ มันจะดีกว่าหรือไม่ ถ้าโอกาสในการชำระหนี้มาถึงแล้ว ถึงแม้ว่าทุกอย่างอาจจะดูมืดแปดด้านในตอนนี้ ปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ ขอเพียงวางใจยอมรับไม่ให้จิตต้องดิ้นรนปรุงแต่งกับปัญหาที่เข้ามา เดินหน้าแก้ไขด้วยสติสัมปชัญญะ เราจะพบกับทางแก้ที่รออยู่ เพียงแต่เราต้องเดินเข้าไปเพื่อแก้ไข การปฏิบัติธรรมไม่ได้ทำให้เราพบแต่ความสุข ความพอใจเท่านั้น แต่ทำให้เราเผชิญทั้งสุขและทุกข์ได้โดยไม่ยึดติด บางครั้งอาจพบเจอกับปัญหาหนักกว่าเดิม แต่เราสามารถปล่อยวางความยึดมั่นในทุกข์และสุขจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้..
...
ขอโอกาสที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ครั้งนี้ คือการได้แก้ไขตนเอง ปลดปมผูกข้ามภพครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ว่าชีวิตจะพบกับสิ่งใด ไม่ว่ามันจะทำให้รู้สึกทุกข์หรือสุข สุดท้ายสิ่งนั้นจะสะท้อนให้เราได้มองเห็นตนเองว่า..ในวันนี้อะไรกันเล่าที่เรายึดมั่น..สิ่งนั้นเองคือเหตุที่ทำให้เราต้องติดอยู่ในภพเช่นนี้..ทุกสิ่งคือสะพานที่นำไปสู่โลกุตระทั้งสิ้น..
..
“ขอให้ดวงจิตเป็นอิสระจากเครื่องจองจำ ไม่ว่าจะมีสิ่งใดมาสู่ใจ จงเผชิญกับสิ่งนั้นด้วยสติ ด้วยความเข้าใจในธรรมชาติของจิตผู้ที่จะหลุดพ้นใดๆ ในโลก ไม่มีอะไรตั้งอยู่ได้จริงเลย อารมณ์ในโลกล้วนไม่มีอยู่จริง มันถูกพัฒนาขึ้นจากความรู้สึกธรรมดา เพื่อจะผูกรั้งเราไว้ในภพนี้เท่านั้นเอง ...."
Visitors: 121,181