ปฏิบัติธรรมนั้น ทำไมต้องเป็นวัดหรือที่ธรรมสถาน ทำที่บ้านไม่ได้หรือ?

ปฏิบัติธรรมนั้น ทำไมต้องเป็นวัดหรือที่ธรรมสถาน ทำที่บ้านไม่ได้หรือ?
"เคล็ดวิธีตีปัญหา" ฉบับที่ 5 โดย อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล



ถาม: กราบเรียนถามท่านอาจารย์ที่เคารพ คำถามนี้เป็นคำถามสำหรับผู้ที่ไม่เคยไปปฏิบัติธรรม แต่มองคนที่ไปปฏิบัติธรรมว่าทำไมต้องไปปฏิบัติธรรมที่วัดนั้น หรือที่สำนักปฏิบัติธรรมโน้น ทำที่บ้านหรือที่ทำงานไม่ได้หรือ ทำไมต้องไปให้เสียเวลา เสียเงินค่าเดินทาง แล้วทำไมถึงคิดว่าปฏิบัติที่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่บ้านแล้วจะรู้สึกดีสร้างความสงบได้ ถ้ายังแก้ปัญหาความสงบที่บ้านไม่ได้ มิต้องพึ่งสถานที่อยู่เรื่อยไปหรือคะ

ตอบ: ก่อนอื่น ผู้จะออกปฏิบัติธรรมต้องปรับความเข้าใจก่อนว่า ตนไม่ใช่แค่ไปนั่งหลับตาแล้วฝึกทำจิตให้สงบ หากปรารถนาแค่นั้น ก็ฝึกปฏิบัติเองที่บ้านก็ได้ แต่หากอยากพ้นทุกข์ พ้นกรรม ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าก็ต้องทำให้ถูกต้อง คือให้มีครูบาอาจารย์ แสดงความตั้งใจจริง เข้าอยู่ในที่สงบสัปปายะด้วยการเตรียมกายเตรียมใจให้พร้อม ให้มีความนอบน้อมต่อรัตนะดวงที่สามคือสงฆ์หรือที่มีครูบาอาจารย์ ให้ท่านช่วยชี้ทางอบรมสอนสั่ง จะได้ไม่ต้องนั่งฝึกผิด ๆ ถูก ๆ ให้เสียเวลาชีวิตไปเปล่า ๆ

สงฆ์หรือครูบาอาจารย์ ท่านมีไว้ช่วยถ่ายทอดชี้ทาง เพราะหากไม่ชี้แนะ ผู้ปฏิบัติเองมักถูกกิเลสหลอก หากการปฏิบัติธรรมทำได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องมีครูบาอาจารย์ เราคงเป็นพระพุทธเจ้าได้ด้วยตัวเองไปแล้ว การปลีกวิเวกตัดความกังวลใด ๆ จากกิจทางโลกชั่วขณะ จะทำให้จิตได้ฝึกละวางความผูกพันใด ๆ ในโลก มาสู่การฝึกฝนอบรมจิตให้ปลอดจากกิเลสเครื่องปรุงแต่งได้

ที่สำคัญที่คนมักคิดไม่ถึงก็คือ การมารับกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ คือการมารับพลังพระรัตนตรัย ครูบาอาจารย์ที่มีพลังธรรมสูง เวลาท่านอาราธนาให้ศิษย์รับกรรมฐาน พระรัตนตรัยและพลังของท่านจะแผ่กระแสธรรมลงมา ปกป้องคุ้มครองและแผ่พลังช่วยเหลือเกื้อกูลศิษย์ จะเห็นได้ว่า ธรรมดาคนเวลานั่งฝึกสมาธิเองงู ๆ ปลา ๆ อย่างมากก็ทำได้ 15-20 นาที ไม่มีความก้าวหน้าอันใด ต่อเมื่อไปปฏิบัติในธรรมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มวลพลังงานบริสุทธิ์ที่อยู่ที่นั่น จะเกิดเป็นพลังหนุนให้ตนปฏิบัติอย่างที่ไม่คิดว่าจะทำได้ ต่างจากการภาวนาอยู่ที่บ้านคนเดียว พอออกจากห้องไป ก็มีคนดูทีวี เล่นเกม ออกไปเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ก รอบกายมีแต่กระแสลบที่คอยตัดกระแสธรรม จึงก้าวหน้าไม่ได้

ผู้อยากปฏิบัติธรรม จึงต้องแสดงความจริงจังและคารวธรรมให้เห็นก่อนเป็นก้าวแรก ต่อเมื่อได้ฝึกฝนเรียนจริงจังแล้ว ก็กลับมาภาวนาต่อเนื่องที่บ้าน ถึงเวลาปีหนึ่งก็ควรออกไปอบรมจิตที่ธรรมสถาน สองครั้งเป็นอย่างน้อย เหมือนไปรับพลัง เพราะทุกวันของชีวิตจิตปรุงแต่งกระแสกิเลสเข้ามาเท่าไหร่ ถึงเวลาก็ต้องไปซักฟอก ชำระจิตเศร้าหมองครั้งใหญ่ออกบ้าง ร่างกายยังต้องอาบน้ำทุกวัน จิตก็ต้องการชำระเช่นกัน

สมัยก่อน ใครอยากศึกษาธรรม ใช่ว่าจะต้องดั้นด้นไปหาครูบาอาจารย์ให้พบอย่างเดียว หากหาเจอแล้ว ยังต้องถูกท่านทดสอบความจริงจังอีกด้วยว่า อยากหลุดพ้นหรือสมควรแก่การสอนสั่งหรือไม่ ต่างจากสมัยนี้โดยสิ้นเชิง ถูกกิเลสหลอกกันจนมึน อยากหลุดพ้นแต่ไม่ยอมลงทุนลงแรง ไม่ยอมสละ ไม่ยอมแลกอะไรสักอย่าง เอาแต่จะได้ สวนทางกับคำว่าสละคืนสิ้นเชิง
........................................
ทุกปัญหามีทางออกให้ท่านเสมอ ขอเชิญร่วมส่งคำถามสำหรับผู้ที่ติดข้อง ค้างคาใจ สารพันปัญหาของการเริ่มต้นออกปฏิบัติธรรม ส่งอีเมลมาที่ napalada.suriyunt@hotmail.com ท่านจะได้รับคำตอบ เพื่อให้ท่านได้เดินทางไปพบความสว่าง สะอาด สงบแห่งจิตใจ
........................................
พบกับนิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ หนังสือธรรมะและไลฟ์สไตล์สำหรับผู้แสวงธรรมขั้นหลุดพ้นยุคใหม่ ได้ทุกแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ ราคาเล่มละ 100 บาท

Visitors: 127,563