จะพึ่งราหูหรือพึ่งพระพุทธเจ้า

จะพึ่งราหูหรือพึ่งพระพุทธเจ้า
Wish to tell อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล
........


มาอีกแล้ว ข่าวพระราหูจะทับเมืองตามวิถีดวงดาว ทำคนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

มีศิษย์ขอให้อาจารย์เขียนว่าด้วยเรื่องความตื่นตูมของชาวพุทธ
ที่เที่ยวไปทำพิธีเอาสายสิญจน์คล้องหัวและหาของดำเซ่นไหว้พระราหูให้ตนปลอดภัยจากดาวมฤตยูอะไรนั่น

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า กรณีตื่นตูมแบบนี้มีมาบ่อยเกือบทุกปี แต่ละคนที่
ถูกกล่าวถึงว่าจะเป็นภัยได้รับอันตรายจากดวงถูกกระทบกระแทกก็รีบไปจัดการทำพิธีสารพัด ไปทำแล้วชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรไม่ทราบได้ ทราบแต่ว่า คนที่ไม่ทำพิธีต่างหากที่รอดและมีชีวิตอยู่อย่างปกติ เพราะไม่หลงงมงายและเอาชีวิตไปฝากไว้กับเทพ ที่เป็นศูนย์รวมของความมืดบอด

ถ้าดวงเมืองจะไม่ดี ก็เพราะคนในชาติทำเหตุไม่ดีไว้ ถึงเวลากระแสวิบากก็เดินทางมาสนองผล ถ้าดวงชีวิตจะไม่ดีก็เพราะตนสร้างกรรมไว้ ไม่ใช่เป็นพระราหูจะมาทำใคร ลำพังดวงชะตาของราหูเองยังเอาตัวไม่รอด
จึงมีสภาพอย่างที่เห็น
ถ้าราหูจะครอบใคร ก็ครอบพวกที่ไปฝากตัวบูชานั่นแหละ
เพราะเปิดทางให้เขาเอง
...

พระราหูคือใคร

ตามตำราที่ว่าไว้ว่า พระราหูคือเทพที่ดุร้ายเป็นอสูรฝ่ายอธรรม เป็นศูนย์รวมของความมัวเมา แม้จะมีข้อเขียนต่อว่า ในกาลข้างหน้าอีกหลายพุทธันดร จะกลับใจได้แล้วได้เป็นพระพุทธเจ้า นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยน Fact ว่า พระราหูที่ว่ากัน ณ ขณะนี้มีคุณลักษณะเช่นใด
แล้วยิ่งชาวพุทธไปบูชาพระราหู นั่นหมายถึงอะไร
1. หมายถึงการขอยอมสยบอยู่ใต้อำนาจอสูร
2. ไม่เชื่อเรื่องผลกรรมของตน ตามหลักเหตุและปัจจัยในพระพุทธศาสนา
..
ผลของการไปบูชาพระราหู
1. จะทำให้วงจรชีวิตวนเวียนอยู่ในวิถีแห่งความมัวเมาในโลกียะ
2. พลังธรรมในตนจะอ่อนแรงไป เพราะเปิดทางให้ถูกดึงพลัง
3. ขวางนิพพาน

ชาวพุทธต้องไม่ลืมว่า เวลาเราสวดมนต์เราสวดว่าอะไร
"พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ" ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง
เมื่อถึงซึ่งพระองค์เป็นที่พึ่งแล้ว จะไปขอพึ่งพระราหูเรื่องอะไร?
..
ทำไมจึงกลัวอิทธิพลของดวงดาวมากกว่ากลัวผลกรรมของตนเอง ที่ทำบาปเบียดเบียนผู้อื่นไว้ทำไมไม่กลัว หากอยากให้ชีวิตดีก็ต้องรักษาศีล และ
ทำกุศลด้วยจิตที่ไม่โลภในบุญ บุญนั้นจะรักษาผู้ปฏิบัติดี และผู้มีศีลบริสุทธิ์เทวดาจะเป็นพวก บรรดาคนที่ดวงตกและประสบกรรมวิบากทั้งหลาย เกิดด้วยจังหวะของการที่กรรมมาเสวยผล ไม่ใช่ด้วยผลของดวงดาวดั่งที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ว่า

สังคมพุทธช่างเป็นสังคมของคนอ่อนไหว อ่อนแอ ไม่มีเหตุผล เชื่อหมอดูมากกว่าเชื่อกรรมของตนเอง หากเราหว่านเมล็ดพันธ์ุที่ดีไว้ ต่อให้ร้อยพระราหูก็ทำอะไรไม่ได้ แต่หากไม่หว่านเมล็ดพันธ์ุที่ดี ไม่ว่าดาวจะเคลื่อนอย่างไร แต่ตนไม่ได้สร้างกระแสที่เป็นคุณเอาไว้ ชีวิตก็ดีขึ้นไม่ได้

เวลาหมอดูพูดอะไรที คนฟังกันหูผึ่ง แต่พอพระอริยเจ้าพูดอะไรไม่ค่อยอยากฟัง ยิ่งบอกให้ถือศีลบำเพ็ญธรรมด้วยแล้ว ก็ไม่อยากทำ หากจะทำก็เป็นเพราะหมอดูบอกไม่ใช่เพราะเขียนไว้ในพระธรรมคำสอน สมัยนี้หมอดูใหญ่กว่าใครทั้งสิ้น ....เราจะเป็นคนๆ นั้น หรือเป็นคนที่ยืนหยัดในคำสอนของพระพุทธเจ้า เชื่อในผลของกรรม และถือพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ การทำสิ่งใดด้วยจิตที่ไม่ศรัทธา เช่นทำบุญตักบาตรสารพัดแก้ดวง ทำเพราะกลัว ทำเพราะหวังผลยิ่งไม่ได้ พระพุทธองค์สอนให้เราพึ่งตัวเอง ให้เผชิญทุกข์และสุขด้วยปัญญา ไม่ใช่นั่งเผชิญความกลัวด้วยของเซ่นไหว้

อาจารย์จะบอกวิธีอธิษฐานให้สำหรับคนที่ยังเกรงพระราหูเพราะกระแสตีปี๊ป ดังมาก

หากกลัวนัก จงอธิษฐานบุญใดที่ทำไว้ด้วยจิตศรัทธา แล้วอธิษฐานให้บุญนี้ปกปักษ์รักษาให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรืองด้วยธรรมของพระพุทธเจ้าและไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของอสูรใดทั้งสิ้น อย่าไปฝากตนเป็นสมุนอสูรเพราะจะเป็นเครื่องขวางนิพพาน การไปรวมตัวสวดมนต์ด้วยความกลัว แล้วยังไปเคารพนบไหว้ฝากตัวกันไว้ ก็เท่ากับติดร่างแหคลื่นพลังงานลบกันไปทั้งหมด ช่วงต้นจะรู้สึกว่าดี แต่ท้ายที่สุดจะถูกตลบหลัง ออกจากวัฏฏะไม่ได้ เพราะยินดีอยู่ด้วยอำนาจของอสูร
...

พระรูปหนึ่ง ที่ชอบทำพิธีเอาสายสิญจน์ให้คนนั่งแล้วคล้องหัว บัดนี้จมอยู่ในขุมนรก 1,100 ปี โทษฐานทำความงมงายให้เกิดแก่พระพุทธศาสนา
ชี้ทางให้แบบนี้ เชิญพิจารณาเอาตามใจ

...
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล
8 มีนาคม 2559

Visitors: 116,669