การอธิษฐานเรื่องคู่ชีวิต

การอธิษฐานเรื่องคู่ชีวิต




คำสอนนี้มีเหตุมาจาก....เช้าตรู่วันที่ 1 มกราคมปีนี้ หัวหน้าบ้านมีสีหน้าหงุดหงิดพร้อมเล่าว่า

“คุณเชื่อมั้ยว่า อีเมลแรกรับปีใหม่ของผม คืออีเมลจากผู้ทำภาษี ส่งข้อความมาว่า วิธีการเตรียมเอกสารภาษีรับปีใหม่!?! ...I can’t believe it ผมไม่อยากเชื่อจริงๆ เขาไม่รู้เลยหรือว่า ในเวลาแห่งความสุขแบบนี้ จะมีใครอยากรับอีเมลแบบนี้บ้าง”
อาจารย์ฟังด้วยความเข้าใจ เพราะก็เป็นอีเมลที่ไม่ถูกกาลเทศะจริงๆ
..
คำสนทนาที่ถูกกาลเทศะ จะช่วยยังกระแสแห่งความสุขให้อบอวลได้นานขึ้น..... 365 วันในหนึ่งปีที่ต้องดิ้นรนกับชีวิตสารพัดเรื่อง การมีช่วงเวลาให้คนทั้งโลกมีกระแสจิตที่เย็นลง ต่างส่งความสุขให้แก่กันในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องง่าย เวลาเช่นนี้จึงเป็นเวลาพิเศษ ที่คลื่นพลังงานเย็นลงสมควรแก่การอธิษฐานบางสิ่งที่ปรารถนา โดยเฉพาะเรื่องคู่ครอง เพราะเป็นเรื่องในกระแสทางโลก
..
อาจารย์มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนในนิพพาน แต่คนส่วนใหญ่ปรารถนามีคู่ครอง เพราะกลัวเหงา กลัวแก่ตัวไปจะไม่มีคนดูแล เป็นธรรมดาของโลก ผู้ที่มีวาสนาในนิพพาน จะพบคู่บุญที่เกื้อหนุนมาหลายภพชาติ เพื่อมาเกื้อหนุนต่อให้จบ จะได้ไม่ต้องมีหนี้สินติดค้างต่อกัน เช่นเดียวกับผู้ที่มีคู่จองเวร หรือคู่เวรคู่กรรม ก็ต้องมาเจอกันให้เร็ว เพื่อการจบหนี้เช่นกัน คู่ชีวิตของอาจารย์เป็นคู่บุญที่ผูกรักกันมาจนถึงนาทีสุดท้ายก่อนที่เขาจะตาย ที่กลางทะเลทรายสมัยที่เกิดที่ฝั่งทะเลแถบเอเธนส์ ด้วยการผูกใจที่ชัดเจนจึงมาพบกันในรูปของคู่ชีวิตอีก สำหรับบางคนที่ไม่มีความผูกพันที่ชัดเจน บางคนเกื้อหนุนกันมาแต่อดีต ใจมิได้ผูกรักผูกเสน่หามากนัก อยู่ด้วยแล้วรักก็จางไปเรื่อยๆ มาในภพนี้บ้างก็ได้มาเป็นคู่รัก บ้างกลายเป็นเพื่อน พี่น้อง หรือพ่อแม่ เปลี่ยนแปรสถานะทางสมมติไป แต่สิ่งที่แสดงถึงความเป็นคู่บุญก็คือต่างเกื้อหนุนกันในทางที่ดีอยากให้มีความสุข ส่วนผู้ที่เป็นคู่แค้นแรงมาในอดีต มาในภพนี้ก็จะมาในรูปของคู่เวรคู่กรรม คือได้มาอยู่ใกล้ที่สุดเพื่อจะได้ห่ำหั่นกันให้สมแรงแค้น
..
ดังนั้น การอธิษฐานเรื่องคู่ชีวิต จึงควรเข้าใจวิถีของคลื่นความถี่ของกระแสพลังงาน ในช่วงเวลาที่คลื่นพลังงานในโลกเย็นลงในช่วงเวลาสั้นๆ ผู้ใดที่ปรารถนาเรื่องคู่ ก็พึงทำจิตของตนให้นิ่ง สวดมนต์ไหว้พระ หรือหากทำสมาธิเป็นได้ก็ยิ่งดี เมื่อจิตสงบ คือพลังงานจิตของตนสามารถส่งไปได้ไกลขึ้นและสว่างขึ้น แล้วจึงอธิษฐานด้วยใจความในกรอบนี้ว่า....
“ในกาลอันใกล้ ขอให้ข้าพเจ้าได้พบกับคู่บุญที่จะมาเป็นคู่ชีวิต เพื่อความเจริญรุ่งเรืองทางโลกและเกื้อหนุนทางธรรมด้วยเถิด”
..
คำอธิษฐาน คือคลื่นพลังงานที่เปรียบเป็นการส่งเรดาร์ออกไปหาผู้ที่เคยมีกุศลต่อกัน แต่ติดอยู่ในข่ายพลังงานที่มืดบอดมากขึ้นของโลก จึงยังฝ่ากระแสมาทำให้พบกันไม่ได้สักที หรือที่เรียกว่า แคล้วคลาดกันอยู่ ต่อเมื่ออีกฝั่งที่เป็นคู่บุญมีพลังจิตสูงกว่า ส่งแสงนำทางออกไปก็จะทำให้มีโอกาสได้พบกันเร็วขึ้น
สำหรับผู้ที่มีวาสนาในนิพพานมาก และไม่มีความผูกใจต่อใครในอดีตชาติเป็นพิเศษ การพบเจอของคู่รักก็มักถูกแปรสภาพเป็น กัลยาณมิตรรูปแบบอื่นเช่น บุพการี หรือเพื่อนแทน ทำให้เหมือนเป็นคนไร้คู่ อีกกรณีก็คือ ผู้ที่เคยเป็นคนเจ้าชู้ มักมากในกามคุณ มาในชาตินี้ก็ทำให้ไร้คู่เช่นกัน วิถีกรรมนี้ซับซ้อนขออธิบายสั้นๆ แค่นี้พอก่อน
..
ในทางกลับกัน ก็ให้ใช้เวลาที่คลื่นพลังงานของโลกเย็นลง น้อมจิตแผ่เมตตาให้แก่คู่อาฆาตแค้นให้เขาได้อ่อนโยนลง หากจิตเมตตาที่ส่งไปมีพลังพอ ก็พอจะเบี่ยงเบนกระแสให้ไม่ต้องเข้ามาสู่ความเป็นคู่ชีวิตที่กลายเป็นคู่เวรคู่กรรม อาจลดระดับไปเป็นคนรู้จักที่ชิงชังกัน แต่ก็ยังมีเวลาให้ห่างกว่าคนที่อยู่ร่วมบ้านในฐานะสามีภรรยา อธิษฐานว่า....
“หากมีผู้ใดที่เป็นคู่อาฆาตพยาบาทต่อข้าพเจ้า ย่อมแสดงว่าเราต่างก่อภัยเวรต่อกันอย่างไม่จบสิ้น เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร หากมีสิ่งใดที่ข้าพเจ้าทำไปให้ท่านแค้นเคืองถึงเพียงนั้น ข้าพเจ้าขอขมายิ่งต่อท่าน ขอให้ท่านมีความเจริญในธรรม มีความสุขความสงบใจ ขอการจองเวรของเราจบสิ้นกันด้วยเถิด”
ประมาณนี้ ไม่ต้องจดไปท่อง อธิษฐานด้วยใจ ด้วยความเข้าใจ อย่าอธิษฐานด้วยความกลัว จิตคือกระแสพลังงาน ในขณะที่ไฟกำลังกรุ่นแต่เรานำน้ำรดลงไปในไฟนั้น พลังย่อมจางคลาย สามารถเบี่ยงการพบเจอคู่รักที่จะกลายมาเป็นคู่แค้น ให้กลายเป็นคนที่ห่างตัวออกไปจนพอรับมือไหว
...
คนสมัยนี้ พบเจอคู่ชีวิตที่เป็นคู่บุญ ช้าลงไปเรื่อยๆ เพราะคลื่นพลังงานในโลกมืดบอดมากขึ้น ทำให้กว่าที่ผู้มีคลื่นความถี่ชนิดเดียวกันในฝั่งกุศลขนาดเป็นคู่บุญ จะฝ่าความมืดมา จูนเจอหากันได้ ใช้เวลาในการเดินทางมากขึ้น หาใช่เป็นไปตามความคิดโลกๆ ที่บอกว่า คนอยากแต่งงานช้าลง อาจารย์ไม่เห็นมีใครอยากแต่งงานช้าสักคน เห็นมีแต่อยากมีคู่กันทั้งนั้น
หากไม่กลัวการผูก หรือมั่นใจว่าเมื่อมีคู่แล้วยามที่คนใดคนหนึ่งตายไป เราจะตัดรักตัดอาลัยได้ขาด ไม่หวนไห้ขนาดอยากตายตาม หรือคร่ำครวญว่า ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ กลายเป็นสังโยชน์ผูกจิต ก็แล้วแต่ปรารถนา
..
ความรัก.... ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการหลุดพ้น
แต่การหลุดพ้น ต้องอาศัยความรักเป็นฐาน
สิ่งที่ตัดได้ยากที่สุด คือความอาลัยในรัก ขอให้จำคำนี้ไว้เสมอ
..
อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล
1 มกราคม 2560
..
ยินดีให้แชร์เพื่อความดีงาม
Visitors: 121,180